โทร 02-028-7775@dayoneไทย|EN
โลโก้ Day One Rehabilitation Centerศูนย์บำบัดยาเสพติด Day Oneสถานบำบัดยาเสพติด จ.นครนายก

ทำไมผู้เสพถึงคิดว่าจะมีคนมาทำร้าย? เข้าใจอาการหวาดระแวงจากการเสพยาบ้า

ทำไมผู้เสพถึงคิดว่าจะมีคนมาทำร้าย? เข้าใจอาการหวาดระแวงจากการเสพยาบ้า

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดเป็นผู้ใช้สารเสพติด คุณอาจเคยต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าตกใจและรับมือได้ยากลำบาก นั่นคือการที่ผู้ใช้สารเสพติดจู่ๆก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เริ่มมีความหวาดกลัว ปิดประตูหน้าต่างมิดชิด มองซ้ายมองขวาตลอดเวลา และมักจะพูดซ้ำๆว่ากำลังถูกสะกดรอยตาม หรือมีความเชื่ออย่างฝังหัวว่ากำลังจะมีคนมาทำร้าย อาการเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความทุกข์ทรมานใจให้กับตัวผู้ที่กำลังประสบปัญหาเท่านั้น แต่ยังสร้างความเครียด ความกังวล และความรู้สึกไม่ปลอดภัยให้กับคนในครอบครัวที่ต้องดูแลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายครอบครัวอาจรู้สึกหมดหวังและไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมการใช้สารเสพติดถึงทำให้เกิดอาการเหล่านี้ ยาบ้าและยาไอซ์ส่งผลต่อสมองอย่างไรจนทำให้เกิดความหวาดกลัวสุดขีด พร้อมทั้งแนะนำวิธีรับมือผู้ป่วยหวาดระแวงอย่างปลอดภัย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้อ่านซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของครอบครัว ได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง มีกำลังใจ และมองเห็นแนวทางในการพาคนที่คุณรักเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาฟื้นฟูได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

อาการหวาดระแวงที่ครอบครัวมักพบบ่อยในผู้ใช้สารเสพติด

เมื่อบุคคลหนึ่งมีการใช้สารเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสารเสพติดที่ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท พฤติกรรมและความคิดของพวกเขาจะค่อยๆบิดเบือนไปจากความเป็นจริง ครอบครัวมักจะเป็นด่านแรกที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ซึ่งอาการทางจิตที่มักพบได้บ่อยและสร้างความตื่นตระหนกให้กับคนรอบข้าง เช่น

  • ระแวงว่ามีคนจะทำร้าย: นี่คืออาการที่พบได้บ่อยที่สุด ผู้ใช้สารเสพติดจะมีความเชื่ออย่างรุนแรงว่ามีกลุ่มคน ตำรวจ หรือแม้แต่คนรู้จักกำลังวางแผนปองร้าย หมายเอาชีวิต หรือจ้องจับผิด พวกเขาอาจแสดงพฤติกรรมหลบซ่อนตัว พกอาวุธ หรือเตรียมพร้อมต่อสู้ตลอดเวลาเนื่องจากความกลัวที่เกิดขึ้นในจิตใจนั้นเป็นความรู้สึกที่สมจริงมากสำหรับพวกเขา
  • ระแวงคู่ครองหรือคนใกล้ชิด: ผู้ใช้สารเสพติดหลายรายมักมีอาการหึงหวงอย่างไม่มีเหตุผล คิดไปเองว่าคู่ครองกำลังนอกใจ หรือคิดว่าคนในครอบครัวกำลังสมรู้ร่วมคิดกันเพื่อหลอกลวงหรือกลั่นแกล้งตนเอง ซึ่งอาการนี้มักนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงภายในบ้าน
  • ประสาทสัมผัสหลอน: นอกจากการคิดไปเองแล้ว ผู้ป่วยอาจมีอาการหูแว่ว ได้ยินเสียงคนคุยกัน นินทา หรือสั่งให้ทำสิ่งต่างๆ ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น หรืออาจเห็นภาพหลอนร่วมด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยิ่งไปตอกย้ำความเชื่อเรื่องการถูกคุกคามให้ฝังลึกมากยิ่งขึ้น
  • คิดว่าถูกสอดแนม: ผู้ป่วยอาจมีพฤติกรรมรื้อค้นข้าวของภายในบ้าน แกะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือถอดปลั๊กไฟ เพราะเชื่อว่ามีกล้องวงจรปิดหรือเครื่องดักฟังซ่อนอยู่

ทำไมยาบ้าถึงทำให้เกิดความระแวงว่ามีคนจะทำร้าย?

เพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมคนที่เรารักถึงมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เราจำเป็นต้องมองลึกลงไปถึงผลกระทบที่สารเสพติดมีต่อการทำงานของสมอง ยาบ้าและยาไอซ์จัดเป็นสารเสพติดในกลุ่มแอมเฟตามีน (Amphetamine) ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางโดยตรง เมื่อสารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย จะเข้าไปกระตุ้นให้สมองหลั่งสารสื่อประสาทตัวสำคัญที่ชื่อว่า โดปามีน (Dopamine) ออกมามากผิดปกติจนท่วมสมอง

ในภาวะปกติ โดปามีนจะทำหน้าที่ควบคุมความรู้สึกพึงพอใจ อารมณ์ และช่วยให้สมองคัดกรองว่าเรื่องใดสำคัญหรือไม่สำคัญ แต่เมื่อสมองได้รับโดปามีนในปริมาณที่สูงเกินไปจากการเสพยาบ้า ระบบคัดกรองข้อมูลและการประมวลผลความเป็นจริงจะรวนทันที สมองจะไม่สามารถแยกแยะสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้อย่างถูกต้อง สิ่งธรรมดาทั่วไปที่ไม่มีอันตราย เช่น เสียงคนคุยกัน เสียงรถวิ่งผ่าน หรือสายตาของคนที่มองมา สมองที่ถูกรบกวนจะแปลผลผิดพลาดว่าเป็นสัญญาณเตือนภัยทั้งหมด ส่งผลให้ผู้ใช้สารเสพติดรู้สึกตื่นตระหนก หวาดกลัว และปักใจเชื่ออย่างรุนแรงว่ากำลังตกอยู่ในอันตรายหรือมีคนวางแผนจะมาทำร้าย

การใช้สารเสพติดกลุ่มกระตุ้นประสาทอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะส่งผลให้โครงสร้างและการทำงานของสมองเปลี่ยนแปลงไป จนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการทางจิตถาวร เนื่องจากแม้จะหยุดเสพไปแล้ว แต่สมองที่สูญเสียความสมดุลไปมากจะไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติเท่ากับก่อนใช้สารเสพติดได้เอง การดูแลโดยแพทย์เพื่อใช้ยารักษาและปรับสมดุลสารเคมีในสมองจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำให้อาการระแวงลดลงอย่างปลอดภัย

สัญญาณเตือนโรคร่วมทางจิตเวชที่ครอบครัวต้องเฝ้าระวัง

ปัญหาการใช้สารเสพติดมักไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่มักจะมาพร้อมกับโรคร่วมทางจิตเวช (Co-occurring disorders) ซึ่งหมายถึงการที่บุคคลนั้นมีทั้งปัญหาการติดสารเสพติดและมีอาการทางจิตเวชเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน การที่ผู้ใช้สารเสพติดมีอาการหวาดระแวง หูแว่ว หรือหลงผิด ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าสมองกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการบำบัดรักษา อาการเหล่านี้อาจพัฒนาไปสู่อาการทางจิตที่รุนแรงและเรื้อรังได้ ครอบครัวจึงควรสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้อย่างใกล้ชิดและไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะยิ่งพาเข้าสู่กระบวนการรักษาได้เร็วเท่าไหร่ โอกาสที่สมองจะฟื้นฟูและกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติก็ยิ่งมีสูงมากขึ้นเท่านั้น

วิธีรับมือผู้ป่วยหวาดระแวงอย่างปลอดภัยเมื่ออยู่ที่บ้าน

เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ผู้ใช้สารเสพติดมีอาการหวาดระแวง สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัวรวมถึงตัวผู้ป่วยเอง การตอบสนองอย่างถูกต้องจะช่วยลดความรุนแรงของสถานการณ์และป้องกันเหตุไม่คาดฝันได้ ต่อไปนี้คือวิธีรับมือผู้ป่วยหวาดระแวงที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้

  • ตั้งสติและควบคุมอารมณ์: ความตกใจและโกรธเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่ผู้ดูแลต้องพยายามรักษาความสงบ ไม่แสดงความตื่นตระหนก เพราะอารมณ์ที่รุนแรงจะยิ่งไปกระตุ้นให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่ปลอดภัยและระแวงมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการโต้เถียงหรือพยายามอธิบายด้วยเหตุผล: ในขณะที่ผู้ป่วยกำลังมีอาการหวาดระแวง สมองส่วนตรรกะและเหตุผลของพวกเขาจะไม่ทำงาน การพยายามบอกว่า "ไม่มีใครมาทำร้ายหรอก คิดไปเอง" จะยิ่งทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าคุณไม่เข้าใจและอาจเหมารวมว่าคุณเป็นพวกเดียวกับคนที่มาปองร้าย ให้ใช้คำพูดที่เป็นกลางและแสดงความเห็นอกเห็นใจแทน เช่น "เข้าใจนะว่าตอนนี้กำลังรู้สึกกลัวมาก แต่ตรงนี้ปลอดภัย เราจะอยู่เป็นเพื่อนนะ"
  • รักษาระยะห่างที่เหมาะสม: ไม่ควรเข้าใกล้ผู้ป่วยมากเกินไปจากทางด้านหลัง หรือทำท่าทางที่ดูคุกคาม ควรยืนในจุดที่มองเห็นกันได้ชัดเจน เคลื่อนไหวช้าๆ และเปิดทางออกให้ผู้ป่วยเสมอ เพื่อไม่ให้พวกเขารู้สึกเหมือนถูกต้อนให้จนมุม
  • จัดการสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย: เก็บสิ่งของมีคม อาวุธ หรือสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายให้มิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยนำมาใช้เพื่อทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายผู้อื่นด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จากอาการประสาทหลอน
  • ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ: หากประเมินแล้วว่าสถานการณ์อาจทวีความรุนแรง หรือผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมตนเองได้เลย ห้ามพยายามจัดการด้วยตัวคนเดียวโดยเด็ดขาด ควรติดต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือหน่วยกู้ชีพเพื่อนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย

ไขข้อสงสัยเรื่องอาการหวาดระแวงจากการใช้สารเสพติด

เพื่อคลายความกังวลและตอบข้อสงสัยที่หลายครอบครัวมักมีร่วมกัน เราได้รวบรวมประเด็นที่น่าสนใจมาอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นดังนี้

คำถาม: หากหยุดเสพยาบ้าแล้ว อาการหวาดระแวงจะหายไปเองหรือไม่?

คำตอบ: ในผู้ใช้สารเสพติดบางรายที่เพิ่งเริ่มใช้และใช้ในปริมาณไม่มาก อาการหวาดระแวงอาจทุเลาลงเมื่อสารเสพติดหมดฤทธิ์และร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่สำหรับผู้ที่ใช้สารเสพติดมาเป็นเวลานาน โครงสร้างของสมองได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว การหยุดยาเองอย่างกะทันหันอาจทำให้เกิดอาการถอนยาที่รุนแรง และอาการทางจิตอาจยังคงอยู่หรือแย่ลงได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อใช้ยารักษาอาการทางจิตควบคู่ไปกับการบำบัดฟื้นฟู

คำถาม: จะทำอย่างไรหากผู้ป่วยไม่ยอมรับว่าตนเองมีปัญหาและปฏิเสธการรักษา?

คำตอบ: เป็นเรื่องปกติที่ผู้ใช้สารเสพติดจะมองไม่เห็นปัญหาของตนเอง ครอบครัวไม่ควรใช้การบังคับหรือข่มขู่ แต่ควรเลือกพูดคุยในจังหวะที่ผู้ป่วยมีสติและอารมณ์สงบ โดยเปลี่ยนวิธีการสื่อสารจากการกล่าวโทษเรื่องการใช้สารเสพติด เป็นการแสดงความห่วงใยในผลกระทบที่ผู้ป่วยกำลังเผชิญ เช่น ชวนไปหาหมอเพราะเห็นว่าช่วงนี้นอนไม่หลับ ดูอ่อนเพลีย หรือมีความเครียดสะสม วิธีนี้จะช่วยลดกำแพงในใจของผู้ป่วยและทำให้พวกเขายอมเปิดรับความช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น

อาการหวาดระแวงและความคิดฝังใจว่ามีคนจะมาทำร้าย แท้จริงแล้วไม่ใช่ปัญหาด้านพฤติกรรมหรืออารมณ์ส่วนบุคคล แต่เป็นผลกระทบทางชีววิทยาที่เกิดจากสารเสพติดกลุ่มแอมเฟตามีนเข้าไปรบกวนสมดุลสารเคมีโดปามีนในสมอง จนทำให้ระบบการประมวลผลและการรับรู้ความเป็นจริงผิดเพี้ยนไป หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่บำบัดอย่างถูกวิธี ภาวะนี้อาจลุกลามกลายเป็นอาการทางจิตถาวรและโรคร่วมทางจิตเวชที่ฟื้นฟูได้ยากขึ้น หัวใจสำคัญของการจัดการปัญหานี้จึงเริ่มต้นที่ครอบครัว โดยการสังเกตสัญญาณเตือนให้เร็ว รับมือในสถานการณ์วิกฤตด้วยความใจเย็น ไม่โต้เถียงเพื่อลดความตึงเครียด ป้องกันความเสี่ยงจากการทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น และที่สำคัญที่สุดคือการตัดสินใจพาผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นทางออกที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุดในการฟื้นฟูการทำงานของสมองและนำสุขภาพจิตที่สมบูรณ์กลับคืนมา

หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังเผชิญกับปัญหายาเสพติด อย่ารอช้า การเข้ารับการบำบัดเร็วขึ้นหมายถึงโอกาสในการฟื้นตัวที่ดีขึ้น ติดต่อ Day One Rehabilitation Center ศูนย์บำบัดยาเสพติดชั้นนำ เพื่อรับคำปรึกษาและการดูแลที่ครอบคลุม

ข้อมูลติดต่อ day one rehabilitation center

โทร : 02-028-7775
LINE : @dayone
Website : www.dayonerehabcenter.com
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/8JiFCRbdEHd5uB3SA

ที่ตั้ง 99/1 หมู่ 6 ตำบล ศรีจุฬา อำเภอ เมืองนครนายก จังหวัด นครนายก 26000 

เวลาทำการ จันทร์ - อาทิตย์: 9.00 -17.00

ปรึกษาเรื่องการบำบัดยาเสพติด

ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำ จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 - 17.00

ดูขั้นตอนการบำบัด 4 ระยะ และรักษานานแค่ไหน ›