โทร 02-028-7775@dayoneไทย|EN
โลโก้ Day One Rehabilitation Centerศูนย์บำบัดยาเสพติด Day Oneสถานบำบัดยาเสพติด จ.นครนายก

ปัญหาการนอนกับการใช้สารเสพติด เมื่อยิ่งนอนไม่หลับยิ่งพึ่งสาร และยิ่งใช้สารยิ่งนอนยาก

เนื้อหาโดยทีมแพทย์ Day One Rehabilitation Center · ตรวจสอบโดย นพ.พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์)

นอนไม่หลับ หลับๆ ตื่นๆ ตื่นกลางดึก ฝันร้าย นอนกลางวันแต่ตื่นกลางคืน หรือต้องใช้แอลกอฮอล์ กัญชา หรือยาเพื่อให้หลับ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ที่ใช้สารเสพติด และบางครั้งเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้เจ้าตัวยังไม่อยากหยุดสาร

บางคนเริ่มจากการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนเพราะรู้สึกว่าหลับง่ายขึ้น บางคนใช้กัญชาเพื่อให้ความคิดสงบ บางคนใช้ยานอนหลับหรือยาคลายกังวลต่อเนื่องเพราะกลัวว่าจะนอนไม่ได้ ขณะที่ผู้ใช้ยาบ้าหรือไอซ์อาจอดนอนเป็นเวลานานในช่วงใช้สาร แล้วนอนมากผิดปกติเมื่อสารหมดฤทธิ์

เมื่อเกิดขึ้นซ้ำ เจ้าตัวอาจเริ่มเชื่อว่า “ถ้าไม่มีสารจะนอนไม่ได้” และความกลัวว่าจะนอนไม่หลับเองก็กลายเป็นเหตุผลให้กลับไปใช้สารอีกครั้ง

ปัญหาการนอนจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็กในการบำบัดยาเสพติด เพราะการนอนไม่พอส่งผลต่ออารมณ์ สมาธิ การตัดสินใจ และความสามารถในการควบคุมตนเอง ขณะเดียวกันการนอนไม่หลับหลังหยุดสารก็อาจกลายเป็นสิ่งกระตุ้นสำคัญให้กลับไปใช้สารซ้ำ การรักษาจึงต้องดูพร้อมกันทั้งการนอน ชนิดของสาร อาการถอน และปัญหาสุขภาพจิตที่อาจซ่อนอยู่เบื้องหลัง

ปัญหาการนอนแบบไหนที่พบร่วมกับการใช้สารเสพติด

ปัญหาการนอนไม่ได้มีเพียงอาการนอนไม่หลับ ผู้ใช้สารแต่ละคนอาจมีรูปแบบแตกต่างกันตามชนิดของสาร ช่วงเวลาที่ใช้ และโรคทางจิตเวชที่เกิดร่วมกัน

อาการที่ครอบครัวอาจสังเกตเห็น ได้แก่

  • ใช้เวลานานกว่าจะหลับ

  • ตื่นกลางดึกบ่อยและกลับไปหลับยาก

  • ตื่นเช้ากว่าปกติทั้งที่ยังนอนไม่พอ

  • นอนกลางวันมากจนกลางคืนนอนไม่หลับ

  • เวลานอนและเวลาตื่นเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

  • อดนอนข้ามคืนหรือหลายคืนในช่วงใช้สาร

  • นอนมากผิดปกติหลังหยุดสารกระตุ้น

  • ฝันร้ายหรือตื่นขึ้นมาด้วยความวิตกกังวล

  • ต้องดื่มหรือใช้สารก่อนนอนจึงรู้สึกว่าจะหลับได้

  • เพิ่มปริมาณแอลกอฮอล์ ยา หรือสารที่ใช้เพื่อช่วยให้นอน

  • ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น แม้ดูเหมือนนอนหลายชั่วโมง

  • หงุดหงิด สมาธิลดลง หรืออารมณ์เปลี่ยนหลังนอนไม่พอ

การมีปัญหาการนอนไม่ได้หมายความว่าเกิดจากสารเสมอไป ความเครียด โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล PTSD โรคไบโพลาร์ โรคสมาธิสั้น รวมถึงโรคทางกายบางชนิดสามารถรบกวนการนอนได้เช่นกัน

สิ่งสำคัญคือดูว่าอาการเริ่มก่อนหรือหลังใช้สาร และการนอนเปลี่ยนอย่างไรในช่วงที่ใช้สาร ช่วงที่สารหมดฤทธิ์ และหลังหยุดสาร

ยาบ้า ไอซ์ แอลกอฮอล์ กัญชา และสารอื่นส่งผลต่อการนอนอย่างไร

สารแต่ละชนิดมีผลต่อการนอนต่างกัน และคำว่า “ใช้แล้วหลับ” ไม่ได้หมายความว่าสารนั้นกำลังแก้ปัญหาการนอนอย่างเหมาะสม

ยาบ้าและไอซ์

ยาบ้าและไอซ์เป็นสารกระตุ้น ผู้ใช้อาจรู้สึกตื่นตัว มีพลัง และไม่ง่วง จึงสามารถอดนอนได้เป็นเวลานานกว่าปกติ

เมื่อใช้ต่อเนื่อง การอดนอนสามารถทำให้สมาธิ การตัดสินใจ และการควบคุมอารมณ์แย่ลง บางคนเริ่มหงุดหงิด วิตกกังวล หรือหวาดระแวง หากใช้หนักร่วมกับการอดนอนต่อเนื่องอาจเกิดอาการหลอนหรืออาการทางจิตได้

เมื่อหยุดใช้สารกระตุ้น บางคนกลับนอนมาก เหนื่อย ไม่มีแรง และอารมณ์ตกในช่วงแรก หลังจากนั้นรูปแบบการนอนอาจยังไม่กลับเป็นปกติทันที

ครอบครัวจึงไม่ควรคาดหวังว่าหยุดยาบ้าหรือไอซ์แล้วการนอนจะเป็นปกติภายในคืนเดียว การฟื้นตัวต้องใช้เวลาและควรติดตามอาการอื่นร่วมด้วย

แอลกอฮอล์

หลายคนรู้สึกว่าแอลกอฮอล์ช่วยให้ง่วงและหลับเร็ว จึงเริ่มใช้เป็น “ตัวช่วยนอน” แต่การง่วงจากแอลกอฮอล์ไม่เท่ากับการนอนที่มีคุณภาพ

เมื่อใช้เป็นประจำ ร่างกายอาจคุ้นเคยกับผลของแอลกอฮอล์จนต้องเพิ่มปริมาณเพื่อให้ได้ความรู้สึกเดิม และการนอนอาจไม่ต่อเนื่อง ตื่นกลางดึก หรือรู้สึกไม่สดชื่นในวันถัดไป

ปัญหาที่สำคัญคือ หากดื่มต่อเนื่องจนเกิดการพึ่งพา การลดหรือหยุดอย่างกะทันหันอาจทำให้นอนไม่หลับ วิตกกังวล มือสั่น เหงื่อออก และกระสับกระส่าย ในกรณีรุนแรงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์

ดังนั้น ผู้ที่ดื่มหนักเป็นประจำและบอกว่า “ถ้าไม่ดื่มจะนอนไม่ได้” ควรได้รับการประเมินภาวะพึ่งพาและความเสี่ยงของอาการถอน ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการหยุดเองโดยไม่ประเมินความปลอดภัย

กัญชา

บางคนใช้กัญชาเพราะรู้สึกผ่อนคลายหรือง่วง แต่เมื่อใช้ต่อเนื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างกัญชากับการนอนอาจซับซ้อนขึ้น

ผู้ที่ใช้เป็นประจำแล้วหยุดอาจมีอาการนอนไม่หลับ ฝันชัด หงุดหงิด กระสับกระส่าย หรืออยากกลับไปใช้กัญชาอีก เจ้าตัวจึงอาจตีความว่า “กัญชารักษาอาการนอนไม่หลับ” ทั้งที่อาการบางส่วนอาจสัมพันธ์กับการปรับตัวหลังหยุดใช้กัญชา

หากทุกคืนต้องใช้กัญชาจึงจะรู้สึกว่าสามารถนอนได้ ควรประเมินว่ากำลังเกิดการพึ่งพาสารหรือไม่ ไม่ควรดูเฉพาะจำนวนชั่วโมงที่นอน

ยานอนหลับและยาคลายกังวลบางชนิด

ยาบางชนิดมีประโยชน์ทางการแพทย์เมื่อใช้ตามข้อบ่งชี้และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่ยานอนหลับหรือยาคลายกังวลบางกลุ่มสามารถเกิดการพึ่งพาได้หากใช้ต่อเนื่องหรือใช้ไม่เหมาะสม

เมื่อร่างกายคุ้นเคย เจ้าตัวอาจรู้สึกว่าต้องใช้จึงจะหลับ และบางคนเพิ่มยาเองเมื่อรู้สึกว่ายาเดิมไม่ช่วยเหมือนก่อน

การหยุดยาบางกลุ่มอย่างกะทันหันหลังใช้ต่อเนื่องอาจมีความเสี่ยง จึงไม่ควรปรับหรือลดยาเองโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์

ทำไมการนอนไม่หลับจึงทำให้กลับไปใช้สารได้ง่าย

สำหรับผู้ที่กำลังเลิกยาเสพติด การนอนไม่หลับอาจเป็นหนึ่งในอาการที่ทำให้รู้สึกท้อได้มาก เพราะแม้ตั้งใจหยุดสาร แต่เมื่อนอนไม่ได้หลายคืนก็อาจเริ่มคิดว่า “ถ้ากลับไปใช้สักครั้ง อย่างน้อยคืนนี้จะได้นอน”

ในบางคนสารเคยทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรก่อนนอนมานาน เช่น กลับบ้าน อาบน้ำ ดื่ม แล้วนอน หรือใช้กัญชาทุกคืนก่อนเข้านอน เมื่อหยุดสารจึงไม่ได้หายไปเพียงฤทธิ์ของสาร แต่กิจวัตรเดิมก็หายไปด้วย

อีกกลุ่มหนึ่งไม่ได้ใช้สารเพื่อการนอนโดยตรง แต่มีปัญหาที่ทำให้นอนไม่ได้ เช่น ความวิตกกังวล ความคิดวน ฝันร้ายจากบาดแผลทางใจ อารมณ์ซึมเศร้า หรือความเครียดจากงาน เมื่อยังไม่ได้รักษาปัญหาเหล่านี้ เจ้าตัวอาจกลับไปพึ่งสารเพราะรู้สึกว่าเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการทำให้ตนเองหลับหรือหยุดคิด

จึงอาจเกิดรูปแบบที่เริ่มจากความเครียดและนอนไม่หลับ ทำให้ใช้สารเพื่อช่วยให้นอน เมื่อใช้ต่อเนื่องการนอนตามธรรมชาติถูกรบกวน พอพยายามหยุดสารก็ยิ่งนอนยากในช่วงแรก และความทรมานจากการนอนไม่หลับกลายเป็นเหตุผลให้กลับไปใช้สารอีกครั้ง

การป้องกันการกลับไปใช้สารจึงต้องมีแผนรับมือกับคืนที่นอนไม่หลับด้วย ไม่ใช่ดูเฉพาะความอยากใช้สารในเวลากลางวัน

นอนไม่หลับจากสาร หรือมีโรคทางจิตเวชร่วมด้วย ดูอย่างไร

ปัญหาการนอนเป็นอาการที่พบได้ในโรคทางจิตเวชหลายประเภท การประเมินจึงต้องดูอาการอื่นร่วมด้วย

ผู้ที่มีโรคซึมเศร้าอาจนอนไม่หลับ ตื่นเช้า หรือในบางรายนอนมากกว่าปกติ พร้อมกับอารมณ์ตก เบื่อสิ่งที่เคยชอบ ไม่มีแรง และรู้สึกสิ้นหวัง

ผู้ที่มีโรควิตกกังวลอาจนอนยากเพราะคิดวนหรือกังวลกับเรื่องต่างๆ ขณะที่ผู้มี PTSD อาจกลัวการนอนเพราะฝันร้าย สะดุ้งตื่น หรือรู้สึกไม่ปลอดภัยในเวลากลางคืน

อีกภาวะหนึ่งที่ต้องแยกให้ดีคือโรคไบโพลาร์ โดยเฉพาะหากเจ้าตัวนอนน้อยลงอย่างชัดเจนแต่กลับไม่รู้สึกเหนื่อย มีพลังมาก พูดเร็ว ความคิดแล่นเร็ว มั่นใจในตนเองมากผิดปกติ ใช้เงินมาก หรือทำพฤติกรรมเสี่ยง การนอนน้อยลักษณะนี้แตกต่างจากคนที่อยากนอนแต่หลับไม่ได้ และควรได้รับการประเมินจากจิตแพทย์

ยาบ้า ไอซ์ และสารกระตุ้นก็สามารถทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้ จึงต้องดูว่าการเปลี่ยนแปลงเริ่มก่อนหรือหลังใช้สาร

หากปัญหาการนอนมีมาตั้งแต่ก่อนใช้สาร อาจมีโรคการนอนหรือปัญหาสุขภาพจิตเดิมอยู่เบื้องหลัง หากเริ่มหลังใช้สารหรือชัดขึ้นในช่วงถอนสาร ก็ต้องประเมินผลจากสารร่วมด้วย และในบางคนทั้งสองปัญหาอาจเกิดพร้อมกัน

รักษาปัญหาการนอนที่เกิดร่วมกับการติดสารอย่างไร

การรักษาที่เหมาะสมไม่ได้หมายถึงการให้ยานอนหลับกับทุกคน แต่ต้องค้นหาก่อนว่าอะไรทำให้การนอนเสีย และสารมีบทบาทอย่างไร

ประเมินชนิดของสารและความเสี่ยงของอาการถอน

ต้องทราบว่าสารชนิดใดถูกใช้ ใช้บ่อยเพียงใด ใช้ครั้งล่าสุดเมื่อใด และมีการใช้หลายสารร่วมกันหรือไม่

โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยากดประสาทบางชนิดต่อเนื่อง การนอนไม่หลับหลังหยุดอาจเป็นส่วนหนึ่งของอาการถอนและอาจมีอาการอื่นตามมา จึงควรได้รับการประเมินทางการแพทย์

ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการดื่มเพิ่ม ใช้ยาเพิ่ม หรือซื้อยามารับประทานเอง เพราะอาจทำให้เกิดการพึ่งพาหรือมีความเสี่ยงจากการใช้สารหลายชนิดร่วมกัน

ฟื้นฟูเวลานอนให้สม่ำเสมอ

หลังใช้สารเป็นเวลานาน เวลานอนและเวลาตื่นอาจสับสน การฟื้นฟูจึงต้องสร้างกิจวัตรใหม่อย่างต่อเนื่อง

ควรพยายามตื่นในเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน ลดการนอนกลางวันที่ยาวเกินไป รับแสงและมีกิจกรรมในช่วงกลางวัน ลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วงใกล้เวลานอน และสร้างกิจวัตรก่อนนอนที่ไม่เกี่ยวข้องกับสาร

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจไม่ทำให้นอนดีขึ้นทันทีในคืนแรก แต่ความสม่ำเสมอช่วยให้ร่างกายค่อยๆ กลับมาเรียนรู้จังหวะการนอนตามธรรมชาติ

บำบัดความคิดและพฤติกรรมที่ทำให้นอนไม่หลับ

บางคนยิ่งกลัวว่าจะนอนไม่ได้ก็ยิ่งพยายามบังคับให้ตัวเองหลับ เมื่อไม่หลับจึงเริ่มกังวลว่า “พรุ่งนี้ทำงานไม่ได้แน่” หรือ “คืนนี้ต้องแย่อีกแล้ว” ทำให้ร่างกายยิ่งตื่นตัว

การบำบัดสามารถช่วยปรับทั้งความคิดและพฤติกรรมที่รักษาปัญหาการนอนไม่หลับไว้ เช่น การใช้เตียงทำกิจกรรมอื่นเป็นเวลานาน การนอนชดเชยไม่เป็นเวลา หรือการพึ่งสารทุกครั้งที่คิดว่าจะนอนไม่ได้

สำหรับผู้ที่มีการติดสาร ต้องเชื่อมการรักษาการนอนเข้ากับการป้องกันการกลับไปใช้สารด้วย เพราะคืนที่นอนไม่หลับอาจเป็นช่วงที่ความอยากกลับไปใช้สารเพิ่มขึ้นอย่างมาก

รักษาปัญหาสุขภาพจิตที่ทำให้นอนไม่ได้

หากนอนไม่หลับจากโรคซึมเศร้า ความวิตกกังวล PTSD โรคไบโพลาร์ หรืออาการทางจิต การรักษาเฉพาะการนอนอาจไม่เพียงพอ

จิตแพทย์ต้องประเมินโรคที่อยู่เบื้องหลังและพิจารณาการใช้ยาตามข้อบ่งชี้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีประวัติการติดสาร การเลือกยาควรคำนึงถึงความเสี่ยงของการพึ่งพาและการนำยาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ด้วย

เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงทำให้ “หลับด้วยยา” แต่ช่วยให้สาเหตุของการนอนไม่หลับได้รับการรักษา และเจ้าตัวสามารถกลับมานอนได้โดยไม่ต้องพึ่งสารเป็นวิธีหลัก

ครอบครัวควรช่วยอย่างไรเมื่อผู้ป่วยบอกว่าไม่ใช้สารแล้วนอนไม่ได้

ประโยคว่า “ถ้าไม่ใช้จะนอนไม่ได้” ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงข้ออ้าง เพราะในผู้ที่ใช้สารต่อเนื่อง ปัญหาการนอนหลังลดหรือหยุดสารสามารถเกิดขึ้นจริง

อย่างไรก็ตาม การยอมรับว่าเขานอนไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าครอบครัวควรช่วยหาสารหรือยามาให้ใช้ต่อ

อาจตอบว่า “เข้าใจว่าช่วงนี้นอนไม่ได้และมันทรมาน แต่ถ้าต้องใช้ทุกคืนถึงจะหลับ เราอยากให้หาวิธีรักษาที่ปลอดภัยกว่าและดูว่าทำไมถึงนอนไม่ได้”

ครอบครัวสามารถช่วยสังเกตข้อมูลที่มีประโยชน์ เช่น เจ้าตัวนอนเวลาใด ตื่นเวลาใด งีบกลางวันหรือไม่ ใช้สารช่วงไหน และหลังใช้หรือหยุดสารอารมณ์เปลี่ยนอย่างไร

ไม่ควรซื้อยานอนหลับหรือยาคลายกังวลมาให้เอง รวมถึงไม่ควรแบ่งยาของสมาชิกคนอื่นในครอบครัวให้ใช้ เพราะอาจเกิดปฏิกิริยากับสารที่เจ้าตัวใช้อยู่หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการพึ่งยา

หากเจ้าตัวไม่นอนหลายคืนร่วมกับความหวาดระแวง อาการหลอน สับสน พฤติกรรมผิดปกติ หรือมีพลังมากผิดปกติโดยไม่รู้สึกเหนื่อย ควรได้รับการประเมินโดยเร็ว

หากมีอาการถอนรุนแรง ชัก สับสนมาก อาการทางจิตรุนแรง หรือมีความคิดและพฤติกรรมทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น ควรเข้ารับการประเมินทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน

ปัญหาการนอนร่วมกับการใช้สาร ควรเริ่มขอความช่วยเหลือที่ไหน

หากปัญหาหลักคือการนอนไม่หลับ ฝันร้าย หรือเวลานอนผิดปกติ และมีการใช้แอลกอฮอล์ กัญชา หรือสารอื่นเพียงเป็นครั้งคราวโดยยังไม่มีลักษณะการติดสารชัดเจน หรือผู้ป่วยยังไม่พร้อมเข้ารับการรักษาและครอบครัวต้องการคำแนะนำก่อน สามารถเริ่มต้นด้วยการมาปรึกษาที่ ปีติ คลินิก (Piti Clinic) คลินิกสุขภาพจิตของเรา บริเวณถนนประดิพัทธ์ ย่านสะพานควาย กรุงเทพฯ เพื่อประเมินปัญหาการนอน สุขภาพจิต และความสัมพันธ์ระหว่างอาการกับการใช้สาร รวมถึงช่วยครอบครัววางแนวทางการพูดคุยและชักชวนผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม

แต่หากเจ้าตัวต้องดื่มหรือใช้สารแทบทุกคืนจึงจะนอน ใช้ปริมาณหรือความถี่เพิ่มขึ้น ควบคุมการใช้ไม่ได้ พยายามหยุดแล้วกลับไปใช้ซ้ำ มีอาการถอน หรือการใช้สารกระทบอารมณ์ งาน การเงิน และความสัมพันธ์ ปัญหาอาจไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการนอนอีกต่อไป แต่ควรได้รับการประเมินและบำบัดการติดสารอย่างจริงจัง

โดยเฉพาะเมื่อการนอนไม่หลับกลายเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้กลับไปใช้สารทุกครั้ง การบำบัดแบบอยู่ประจำสามารถช่วยให้ผ่านช่วงแรกของการหยุดสารภายใต้การดูแล พร้อมฟื้นฟูการนอนและประเมินโรคทางจิตเวชที่อาจเกิดร่วมกัน

การฟื้นฟูการนอนและการติดสารที่ Day One Rehabilitation Center

สำหรับผู้ที่มีปัญหาการติดสารร่วมกับการนอนผิดปกติ Day One Rehabilitation Center ให้ความสำคัญกับการประเมินว่าปัญหาการนอนเกิดก่อนการใช้สาร เกิดจากสาร เกิดในช่วงถอนสาร หรือมีโรคทางจิตเวชอื่นเป็นสาเหตุร่วมด้วย

การบำบัดแบบอยู่ประจำช่วยลดการเข้าถึงสารและทำให้สามารถจัดกิจวัตรการนอน การตื่น การรับประทานอาหาร และกิจกรรมในแต่ละวันให้มีความสม่ำเสมอมากขึ้น พร้อมติดตามอาการในช่วงหลังหยุดสาร

จิตแพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงของอาการถอน ปัญหาการนอน และโรคทางจิตเวชที่อาจเกิดร่วมกัน เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล PTSD โรคไบโพลาร์ หรืออาการทางจิต และพิจารณาการใช้ยาตามความเหมาะสม

การบำบัดรายบุคคลช่วยค้นหาว่าการนอนไม่หลับสัมพันธ์กับอะไร เช่น ความเครียด ความคิดวน ความเหงา ฝันร้าย หรือความกลัวว่าจะนอนไม่ได้ และช่วยสร้างวิธีรับมือโดยไม่กลับไปพึ่งสาร

ขณะเดียวกัน การป้องกันการกลับไปใช้สารซ้ำต้องเตรียมแผนสำหรับสถานการณ์ที่การนอนอาจแย่ลงหลังกลับบ้าน เพราะการมีคืนที่นอนไม่ดีเป็นครั้งคราวไม่ได้หมายความว่าการฟื้นฟูล้มเหลว และไม่จำเป็นต้องกลับไปใช้สารเพื่อแก้ปัญหาทันที

ผู้เข้ารับการรักษาควรรู้ว่าหากเริ่มนอนไม่ได้ต่อเนื่องควรทำอย่างไร จะติดต่อใคร และสัญญาณใดหมายถึงควรกลับมาพบแพทย์ โดยเฉพาะหากเริ่มนอนน้อยมากร่วมกับอารมณ์หรือพฤติกรรมเปลี่ยนอย่างชัดเจน

เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงทำให้หลับได้ในช่วงที่อยู่ศูนย์ แต่ช่วยให้การนอนกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่มั่นคง และไม่กลายเป็นเหตุผลให้ต้องกลับไปพึ่งสารอีก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาการนอนและการใช้สารเสพติด

ใช้แอลกอฮอล์ช่วยให้นอนได้หรือไม่

แอลกอฮอล์อาจทำให้ง่วงและหลับเร็วขึ้นในช่วงแรก แต่สามารถรบกวนคุณภาพและความต่อเนื่องของการนอน หากต้องดื่มเป็นประจำเพื่อให้หลับ ควรประเมินทั้งปัญหาการนอนและรูปแบบการดื่ม

กัญชาช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับหรือไม่

ไม่ควรใช้กัญชาเพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับด้วยตนเอง โดยเฉพาะหากเริ่มต้องใช้ทุกคืนหรือเพิ่มปริมาณขึ้น ผู้ที่ใช้กัญชาเป็นประจำแล้วหยุดอาจมีอาการนอนไม่หลับหรือฝันชัดในช่วงหนึ่ง จึงควรประเมินว่ามีการพึ่งพาสารร่วมด้วยหรือไม่

ทำไมเลิกยาบ้าแล้วนอนเยอะ

หลังหยุดสารกระตุ้นบางคนอาจเหนื่อยมาก ไม่มีแรง อารมณ์ตก และนอนมากกว่าปกติในช่วงแรก เนื่องจากร่างกายกำลังปรับตัวหลังช่วงที่ถูกกระตุ้นและอาจอดนอนสะสม หากอาการรุนแรงหรือมีความคิดและพฤติกรรมทำร้ายตัวเองควรได้รับการประเมิน

ทำไมเลิกสารแล้วกลับนอนไม่หลับกว่าเดิม

สารบางชนิดทำให้เกิดการปรับตัวของร่างกาย เมื่อหยุดจึงอาจมีอาการนอนไม่หลับชั่วคราว นอกจากนี้ปัญหาเดิมที่เคยถูกสารบดบัง เช่น ความวิตกกังวลหรือฝันร้าย อาจกลับมาชัดขึ้น การนอนไม่หลับหลังหยุดสารจึงควรได้รับการดูแล ไม่ใช่ใช้เป็นเหตุผลให้กลับไปใช้สาร

ถ้าไม่ได้นอนหลายคืนควรกังวลเมื่อใด

หากนอนไม่ได้ต่อเนื่องร่วมกับความสับสน หวาดระแวง อาการหลอน พฤติกรรมเปลี่ยนอย่างมาก หรือมีพลังสูงผิดปกติโดยไม่รู้สึกเหนื่อย ควรได้รับการประเมินโดยเร็ว โดยเฉพาะหากมีประวัติใช้สารกระตุ้นหรือโรคทางจิตเวช

หยุดแอลกอฮอล์แล้วนอนไม่หลับ ควรดื่มเล็กน้อยเพื่อช่วยนอนหรือไม่

ไม่ควรใช้แอลกอฮอล์รักษาอาการถอนด้วยตนเอง หากดื่มหนักหรือดื่มต่อเนื่องเป็นประจำและมีอาการนอนไม่หลับ มือสั่น เหงื่อออก วิตกกังวล หรือกระสับกระส่ายหลังลดหรือหยุด ควรได้รับการประเมินความเสี่ยงของอาการถอนจากบุคลากรทางการแพทย์

ซื้อยานอนหลับมากินเองหลังเลิกยาเสพติดได้หรือไม่

ไม่ควรซื้อหรือใช้ยาของผู้อื่นเอง ยานอนหลับและยาคลายกังวลบางชนิดมีความเสี่ยงต่อการพึ่งพา และอาจมีอันตรายเมื่อใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์หรือสารอื่น การเลือกยาควรผ่านการประเมินจากแพทย์

การนอนไม่หลับทำให้กลับไปติดสารได้หรือไม่

ปัญหาการนอนสามารถเป็นสิ่งกระตุ้นสำคัญให้กลับไปใช้สาร โดยเฉพาะผู้ที่เคยใช้สารเป็นวิธีช่วยให้นอน การดูแลการนอนจึงเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันการกลับไปใช้สารซ้ำ

ควรรักษาการนอนไม่หลับหรือการติดสารก่อน

ควรรักษาอย่างเชื่อมโยงกัน หากมีภาวะมึนเมาหรือความเสี่ยงจากอาการถอนต้องดูแลความปลอดภัยก่อน จากนั้นควรฟื้นฟูการนอนพร้อมกับบำบัดการติดสารและประเมินโรคทางจิตเวชที่อาจเป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับ

ปัญหาการนอนร่วมกับการใช้สารจำเป็นต้องเข้าศูนย์บำบัดหรือไม่

ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน หากปัญหาการนอนเป็นปัญหาหลักและมีการใช้สารเพียงเป็นครั้งคราวโดยยังไม่มีลักษณะการติดสารชัดเจน สามารถเริ่มจากการประเมินสุขภาพจิตและปัญหาการนอนได้ แต่หากต้องพึ่งสารเพื่อให้นอนเป็นประจำ ควบคุมการใช้ไม่ได้ เพิ่มปริมาณ หยุดแล้วกลับไปใช้ใหม่ หรือมีอาการถอน การบำบัดการติดสารแบบอยู่ประจำที่ Day One Rehabilitation Center เป็นทางเลือกที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง

การนอนให้ดีขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูจากการติดสาร

การนอนไม่หลับอาจเป็นทั้งจุดเริ่มต้นและผลที่ตามมาของการใช้สาร บางคนเริ่มใช้สารเพราะอยากหลับ แต่เมื่อใช้ต่อเนื่องกลับต้องพึ่งสารมากขึ้น และเมื่อพยายามหยุดก็พบว่าการนอนแย่ลงในช่วงแรก จนรู้สึกว่าตนเองไม่มีทางนอนได้หากไม่มีสาร

ความรู้สึกนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ การฟื้นฟูการนอนอาจต้องใช้เวลา โดยเฉพาะหลังใช้สารต่อเนื่องเป็นเวลานาน สิ่งสำคัญคือไม่พยายามแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มสารหรือเปลี่ยนไปพึ่งยาชนิดอื่นด้วยตนเอง

หากมีโรคซึมเศร้า ความวิตกกังวล PTSD โรคไบโพลาร์ หรือปัญหาสุขภาพจิตอื่นอยู่เบื้องหลัง ต้องรักษาสาเหตุนั้นร่วมด้วย และหากการนอนไม่หลับกลายเป็นสิ่งกระตุ้นให้กลับไปใช้สารซ้ำ ควรนำเรื่องการนอนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนป้องกันการกลับไปใช้สารอย่างชัดเจน

เป้าหมายของการบำบัดจึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้หลับได้เพียงคืนนี้ แต่คือการช่วยให้ร่างกายและจิตใจค่อยๆ กลับมามีจังหวะการนอนที่มั่นคง สามารถผ่านคืนที่นอนไม่ดีได้โดยไม่ต้องกลับไปพึ่งสาร และใช้การนอนที่มีคุณภาพเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูชีวิตในระยะยาว

ปรึกษาการบำบัดปัญหาการนอนและนอนไม่หลับกับเรา

ประเมินเบื้องต้นฟรี เป็นความลับ จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 - 17.00 น.