โทร 02-028-7775@dayoneไทย|EN
โลโก้ Day One Rehabilitation Centerศูนย์บำบัดยาเสพติด Day Oneสถานบำบัดยาเสพติด จ.นครนายก

บุคลิกภาพผิดปกติกับการใช้สารเสพติด เมื่อปัญหาอารมณ์ ความสัมพันธ์ และการใช้สารเกิดขึ้นพร้อมกัน

เนื้อหาโดยทีมแพทย์ Day One Rehabilitation Center · ตรวจสอบโดย นพ.พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์)

อารมณ์เปลี่ยนเร็ว ทะเลาะกับคนใกล้ชิดบ่อย ใจร้อน ตัดสินใจโดยไม่ทันคิด กลัวการถูกทอดทิ้ง ไม่ไว้ใจผู้อื่น หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงซ้ำๆ เป็นปัญหาที่ครอบครัวอาจพบในคนที่กำลังใช้สารเสพติด แต่พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเจ้าตัวมี “บุคลิกภาพผิดปกติ” เสมอไป

สารเสพติดสามารถเปลี่ยนอารมณ์ การตัดสินใจ และพฤติกรรมได้อย่างมาก ยาบ้าและไอซ์อาจทำให้หงุดหงิด กระสับกระส่าย หรือหวาดระแวง แอลกอฮอล์อาจลดการยับยั้งชั่งใจจนเกิดพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น ขณะที่อาการถอนสารบางชนิดอาจทำให้อารมณ์แปรปรวน วิตกกังวล และนอนไม่หลับ

ในอีกด้านหนึ่ง บางคนมีรูปแบบการจัดการอารมณ์ ความคิดเกี่ยวกับตนเอง และความสัมพันธ์กับผู้อื่นที่เป็นปัญหามานานตั้งแต่วัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ตอนต้น เมื่อเผชิญความเครียด ความขัดแย้ง ความรู้สึกว่างเปล่า หรือความกลัวว่าจะถูกทอดทิ้ง อาจเริ่มใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติดเพื่อทำให้ความรู้สึกเหล่านั้นเบาลงชั่วคราว จนเกิดปัญหาการติดสารตามมา

การรักษาจึงไม่ควรรีบติดป้ายว่า “นิสัยไม่ดี” หรือ “เป็นคนแบบนี้แก้ไม่ได้” แต่ต้องทำความเข้าใจว่าพฤติกรรมใดเป็นรูปแบบที่มีมานาน พฤติกรรมใดสัมพันธ์กับสาร และมีโรคทางจิตเวชอื่นเกิดร่วมด้วยหรือไม่ เพราะเมื่อเข้าใจต้นเหตุได้ชัดขึ้น การรักษาทั้งปัญหาบุคลิกภาพและการติดสารก็สามารถวางแผนได้ตรงจุดมากขึ้น

บุคลิกภาพผิดปกติคืออะไร ต่างจากนิสัยทั่วไปอย่างไร

ทุกคนมีบุคลิกภาพแตกต่างกัน บางคนเป็นคนเงียบ บางคนชอบเข้าสังคม บางคนระมัดระวังมาก ขณะที่บางคนตัดสินใจเร็ว ความแตกต่างเหล่านี้ไม่ได้ถือเป็นโรคเพียงเพราะไม่เหมือนคนอื่น

คำว่า “บุคลิกภาพผิดปกติ” ในทางการแพทย์หมายถึงรูปแบบความคิด อารมณ์ พฤติกรรม และความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างต่อเนื่องยาวนาน แตกต่างจากสิ่งที่เหมาะสมกับบริบทอย่างชัดเจน และสร้างความทุกข์หรือปัญหาต่อการใช้ชีวิต การทำงาน หรือความสัมพันธ์

จุดสำคัญคือรูปแบบเหล่านี้มักไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันหรือหลังเริ่มใช้สาร แต่มีลักษณะต่อเนื่องมาตั้งแต่วัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ตอนต้นและปรากฏในหลายสถานการณ์

บุคลิกภาพผิดปกติมีหลายรูปแบบ อาการจึงแตกต่างกันมาก เช่น

  • ควบคุมอารมณ์ได้ยากและอารมณ์เปลี่ยนรุนแรง

  • มีความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคงหรือขัดแย้งกับคนใกล้ชิดบ่อย

  • กลัวการถูกทอดทิ้งอย่างมาก

  • รู้สึกว่างเปล่าหรือไม่มั่นคงในตัวเอง

  • หุนหันพลันแล่นและตัดสินใจโดยไม่คิดถึงผลระยะยาว

  • ไม่ไว้วางใจหรือระแวงเจตนาของผู้อื่นมากเกินไป

  • หลีกเลี่ยงความสัมพันธ์เพราะกลัวการถูกปฏิเสธหรือวิจารณ์

  • ต้องการการยอมรับจากผู้อื่นอย่างมาก

  • มีความคิดหรือพฤติกรรมที่ยืดหยุ่นได้ยากจนกระทบการใช้ชีวิต

  • มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือทำร้ายตัวเองในบางราย

การมีอาการบางข้อไม่ได้หมายความว่าจะสามารถวินิจฉัยโรคได้ทันที โดยเฉพาะในผู้ที่กำลังใช้สาร มีอาการถอนสาร นอนไม่หลับอย่างรุนแรง หรืออยู่ในช่วงที่โรคทางอารมณ์กำเริบ

การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยประวัติระยะยาวและการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรใช้คำว่า “บุคลิกภาพผิดปกติ” เป็นคำเรียกคนที่มีพฤติกรรมซึ่งครอบครัวไม่ชอบหรือจัดการได้ยาก

ทำไมบุคลิกภาพผิดปกติจึงอาจเกิดร่วมกับการติดสารเสพติด

ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหาบุคลิกภาพกับการใช้สารมีได้หลายรูปแบบ และไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีบุคลิกภาพผิดปกติทุกคนจะติดสาร

ในบางคน ความหุนหันพลันแล่นทำให้ตัดสินใจทดลองสารหรือกลับไปใช้สารได้ง่ายเมื่อเกิดความอยาก ขณะที่บางคนมีอารมณ์รุนแรงและเปลี่ยนเร็ว เมื่อรู้สึกโกรธ เสียใจ ถูกปฏิเสธ หรือกลัวว่าจะถูกทอดทิ้ง อาจใช้สารเพื่อให้ความรู้สึกเหล่านั้นลดลงทันที

บางคนรู้สึกว่างเปล่าหรือไม่มั่นคงในตัวเอง จึงใช้แอลกอฮอล์หรือสารเพื่อทำให้รู้สึกดีขึ้นชั่วคราว บางคนมีความวิตกกังวลสูงเมื่อต้องอยู่กับผู้อื่น จึงดื่มเพื่อให้กล้าพูดหรือเข้าสังคมได้ง่ายขึ้น

การใช้สารจึงอาจเริ่มทำหน้าที่เป็นวิธีจัดการอารมณ์อย่างรวดเร็ว เจ้าตัวรู้สึกเครียดมาก ทะเลาะกับคนใกล้ชิด หรือรู้สึกว่ากำลังถูกทอดทิ้ง จึงใช้สารเพื่อทำให้ความรู้สึกเบาลง เมื่อสารช่วยให้รู้สึกดีขึ้นชั่วคราว ครั้งต่อไปที่เกิดอารมณ์คล้ายเดิมก็มีแนวโน้มกลับไปใช้วิธีเดิมอีก

เมื่อเกิดซ้ำบ่อยขึ้น เจ้าตัวอาจมีโอกาสพึ่งสารมากขึ้น ขณะเดียวกันผลจากสารก็อาจทำให้ควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมได้ยากกว่าเดิม เกิดการทะเลาะ ความสัมพันธ์เสียหาย ปัญหาการเงิน หรือความรู้สึกผิดตามมา ซึ่งสามารถกลายเป็นความเครียดที่กระตุ้นให้กลับไปใช้สารอีก

การรักษาจึงต้องช่วยสร้างวิธีจัดการอารมณ์และความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องพึ่งสารเป็นวิธีหลัก

จะแยกได้อย่างไรว่าเป็นปัญหาบุคลิกภาพ หรือพฤติกรรมเปลี่ยนจากยาเสพติด

นี่เป็นประเด็นที่ต้องระมัดระวัง เพราะการใช้สารสามารถทำให้คนคนหนึ่งดูแตกต่างจากบุคลิกเดิมอย่างมาก

ตัวอย่างเช่น ผู้ที่ใช้ยาบ้าหรือไอซ์ต่อเนื่องอาจหงุดหงิด นอนไม่หลับ ใจร้อน หวาดระแวง หรือมีอาการทางจิต เมื่อครอบครัวเห็นพฤติกรรมเหล่านี้อาจรู้สึกว่าเจ้าตัว “เปลี่ยนเป็นคนละคน” แต่ไม่ได้หมายความว่ามีบุคลิกภาพผิดปกติ

แอลกอฮอล์สามารถลดการยับยั้งชั่งใจ ทำให้ตัดสินใจเร็ว พูดหรือทำสิ่งที่ปกติอาจควบคุมไว้ได้ จึงไม่ควรนำพฤติกรรมขณะมึนเมามาใช้วินิจฉัยบุคลิกภาพเพียงอย่างเดียว

อาการถอนสาร ความเครียด การอดนอน โรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ โรคสมาธิสั้น PTSD และโรคทางจิตเวชอื่นก็สามารถทำให้เกิดอารมณ์แปรปรวน ความหุนหันพลันแล่น หรือปัญหาความสัมพันธ์ได้เช่นกัน

ทีมรักษาจึงต้องย้อนดูว่ารูปแบบพฤติกรรมเกิดขึ้นมานานเพียงใด เคยมีลักษณะเดียวกันก่อนเริ่มใช้สารหรือไม่ เกิดในหลายความสัมพันธ์และหลายสถานการณ์หรือไม่ และอาการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อไม่ได้ใช้สาร

บางคนอาจมีปัญหาบุคลิกภาพมาก่อนแล้วจึงเริ่มใช้สาร บางคนมีพฤติกรรมเปลี่ยนจากสารโดยไม่ได้มีบุคลิกภาพผิดปกติ และบางคนมีทั้งสองปัญหาเกิดร่วมกันจริง

การแยกสาเหตุให้ชัดจึงสำคัญกว่าการรีบตั้งชื่อโรค เพราะแผนการรักษาของแต่ละกรณีแตกต่างกัน

รักษาบุคลิกภาพผิดปกติที่เกิดร่วมกับการติดสารอย่างไร

การรักษาไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยน “ตัวตน” ของคนคนหนึ่ง แต่ช่วยลดรูปแบบความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความทุกข์หรือสร้างปัญหาซ้ำ พร้อมกับสร้างทักษะใหม่ในการรับมือกับอารมณ์และความสัมพันธ์

ประเมินทั้งบุคลิกภาพและผลจากสารก่อนสรุปการวินิจฉัย

ในผู้ที่ใช้สารอย่างต่อเนื่อง การประเมินต้องดูช่วงเวลาของอาการอย่างละเอียด หากกำลังมึนเมา ถอนสาร อดนอน หรือมีอาการทางจิตรุนแรง อาจต้องทำให้อาการเหล่านี้คงที่ก่อน แล้วจึงติดตามรูปแบบพฤติกรรมในระยะต่อมา

ข้อมูลจากครอบครัวสามารถช่วยให้เห็นภาพระยะยาว เช่น ก่อนเริ่มใช้สารมีปัญหาความสัมพันธ์แบบเดิมหรือไม่ เคยมีความหุนหันพลันแล่นมาก่อนหรือไม่ และรูปแบบเหล่านี้เกิดขึ้นในหลายช่วงชีวิตหรือเพิ่งเปลี่ยนหลังเริ่มใช้สาร

ฝึกจัดการอารมณ์โดยไม่ใช้สารเป็นทางออกทันที

ผู้ที่มีปัญหาควบคุมอารมณ์อาจรู้สึกว่าอารมณ์เกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรงจนต้องทำอะไรบางอย่างทันที การใช้สารจึงสามารถกลายเป็นวิธีลดความรู้สึกอย่างรวดเร็ว

การบำบัดช่วยให้เจ้าตัวเรียนรู้ที่จะสังเกตอารมณ์ก่อนที่จะรุนแรงขึ้น รู้ว่าสถานการณ์ใดเป็นสิ่งกระตุ้น และสร้างวิธีรับมือที่ปลอดภัยกว่าเดิม

ในบางรูปแบบของบุคลิกภาพผิดปกติ การบำบัดที่เน้นทักษะการควบคุมอารมณ์ การทนต่อความรู้สึกที่ยาก การสื่อสาร และการสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงสามารถมีบทบาทสำคัญ

เป้าหมายไม่ใช่การทำให้อารมณ์หายไป แต่ช่วยให้เจ้าตัวสามารถมีอารมณ์โกรธ เสียใจ ผิดหวัง หรือกลัวได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารหรือทำพฤติกรรมที่สร้างผลเสียทุกครั้ง

รักษาการติดสารไปพร้อมกัน

หากมีการติดสารชัดเจน ไม่ควรรอให้ปัญหาบุคลิกภาพดีขึ้นทั้งหมดก่อนจึงเริ่มบำบัดการติดสาร เพราะสารเองสามารถทำให้การควบคุมอารมณ์ การตัดสินใจ และความสัมพันธ์แย่ลง

ทีมรักษาต้องช่วยค้นหาว่าการกลับไปใช้สารมักเกิดหลังเหตุการณ์ใด เช่น ทะเลาะกับคู่รัก ถูกปฏิเสธ รู้สึกโดดเดี่ยว รู้สึกว่างเปล่า เครียดจากงาน หรือโกรธคนในครอบครัว

เมื่อเห็นรูปแบบเหล่านี้ชัดขึ้น สามารถวางแผนป้องกันการกลับไปใช้สารและสร้างทางเลือกในการรับมือกับสถานการณ์เดิมได้

การพูดคุยเพื่อสร้างแรงจูงใจยังมีประโยชน์ โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าตนเองต้องการหยุดสารหรือไม่ การโต้เถียง บังคับ หรือพยายามเอาชนะมักไม่ช่วยให้เกิดแรงจูงใจที่มั่นคงในระยะยาว

ยามีบทบาทอย่างไรในการรักษา

โดยทั่วไปไม่มียาที่ใช้เพื่อ “เปลี่ยนบุคลิกภาพ” โดยตรง แต่จิตแพทย์อาจพิจารณายาเพื่อรักษาอาการหรือโรคที่เกิดร่วมกัน เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคไบโพลาร์ อาการทางจิต หรือปัญหาอื่นตามข้อบ่งชี้

ในผู้ที่มีประวัติการติดสาร การเลือกยาต้องคำนึงถึงความเสี่ยงต่อการนำยาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์และการพึ่งพายาบางชนิดด้วย

ดังนั้น การรักษาจึงไม่ได้พึ่งยาเพียงอย่างเดียว การบำบัดทางจิตใจ การฝึกทักษะ การจัดสภาพแวดล้อม และการป้องกันการกลับไปใช้สารซ้ำมีความสำคัญมาก

ครอบครัวควรรับมืออย่างไร เมื่อปัญหาบุคลิกภาพเกิดร่วมกับการใช้สาร

ครอบครัวอาจรู้สึกเหนื่อยเมื่อเกิดเหตุการณ์เดิมซ้ำ เช่น ทะเลาะกันอย่างรุนแรง เจ้าตัวออกจากบ้าน กลับไปใช้สาร แล้วกลับมาขอโทษ ก่อนจะเกิดเหตุการณ์คล้ายเดิมอีก

การเข้าใจว่ามีปัญหาทางจิตใจอยู่เบื้องหลังไม่ได้หมายความว่าครอบครัวต้องยอมรับทุกพฤติกรรม การเห็นอกเห็นใจสามารถเกิดพร้อมกับการมีขอบเขตที่ชัดเจนได้

ครอบครัวควรหลีกเลี่ยงการใช้คำวินิจฉัยเป็นคำตำหนิ เช่น “ทำแบบนี้เพราะเป็นโรคบุคลิกภาพ” เพราะจะทำให้เจ้าตัวรู้สึกว่าทุกสิ่งที่ตนเองทำถูกมองผ่านชื่อโรค และอาจลดความร่วมมือในการรักษา

ควรพูดถึงพฤติกรรมที่สังเกตได้มากกว่า เช่น “ช่วงหลังทุกครั้งที่ทะเลาะกันจะออกไปดื่มหรือใช้ยา แล้ววันต่อมาก็มีปัญหาหนักกว่าเดิม เราอยากช่วยหาวิธีรับมือเวลาโกรธหรือเสียใจโดยไม่ต้องกลับไปใช้สาร”

ขอบเขตของครอบครัวควรชัดเจนและสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเรื่องเงิน การนำสารเข้าบ้าน การใช้ความรุนแรง การทำลายทรัพย์สิน และพฤติกรรมที่ทำให้คนอื่นไม่ปลอดภัย

หากมีความคิดหรือพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง การข่มขู่ว่าจะทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น อาการทางจิตรุนแรง หรือไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมจนเกิดความเสี่ยง ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและพาเข้ารับการประเมินอย่างเร่งด่วน

หากผู้ป่วยยังไม่พร้อมเข้ารับการรักษา ครอบครัวสามารถมาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนได้ เพื่อวางแนวทางการสื่อสารและกำหนดขอบเขตที่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เจ้าตัวยอมรับว่าตนเองมีปัญหาทุกด้านก่อน

เมื่อมีปัญหาบุคลิกภาพร่วมกับการใช้สาร ควรเริ่มขอความช่วยเหลือที่ไหน

หากปัญหาหลักเป็นเรื่องอารมณ์ ความสัมพันธ์ หรือสงสัยว่ามีบุคลิกภาพผิดปกติ และมีการใช้แอลกอฮอล์ กัญชา หรือสารอื่นเพียงเป็นครั้งคราว โดยยังไม่มีรูปแบบการติดสารชัดเจน หรือผู้ป่วยยังไม่พร้อมเข้ารับการรักษาและครอบครัวต้องการคำแนะนำก่อน สามารถเริ่มต้นด้วยการมาปรึกษาที่ ปีติ คลินิก (Piti Clinic) คลินิกสุขภาพจิตของเรา บริเวณถนนประดิพัทธ์ ย่านสะพานควาย กรุงเทพฯ เพื่อประเมินปัญหาสุขภาพจิต รูปแบบอารมณ์และความสัมพันธ์ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างอาการกับการใช้สาร และช่วยครอบครัววางแนวทางการพูดคุยเพื่อชักชวนผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม

แต่หากมีการใช้สารซ้ำ ควบคุมไม่ได้ ใช้สารทุกครั้งที่โกรธ เครียด รู้สึกว่างเปล่า หรือเกิดปัญหาความสัมพันธ์ เพิ่มปริมาณขึ้น หยุดแล้วกลับไปใช้ใหม่หลายครั้ง มีอาการถอน หรือการใช้สารกระทบการทำงาน การเงิน และครอบครัว ควรให้ความสำคัญกับการบำบัดการติดสารอย่างจริงจัง

โดยเฉพาะผู้ที่มีความหุนหันพลันแล่นสูง ควบคุมอารมณ์ยาก และกลับไปใช้สารทันทีเมื่อเกิดความขัดแย้ง การบำบัดแบบอยู่ประจำสามารถช่วยสร้างระยะห่างจากสารและสถานการณ์กระตุ้นในช่วงแรก พร้อมฝึกทักษะการจัดการอารมณ์และดูแลปัญหาทางจิตเวชไปพร้อมกัน

การบำบัดบุคลิกภาพผิดปกติและการติดสารที่ Day One Rehabilitation Center

สำหรับผู้ที่มีการติดสารร่วมกับปัญหาบุคลิกภาพ Day One Rehabilitation Center ให้ความสำคัญกับการประเมินทั้งรูปแบบการใช้สาร อารมณ์ ความหุนหันพลันแล่น ความสัมพันธ์ การนอน และโรคทางจิตเวชอื่นที่อาจเกิดร่วมกัน

การบำบัดแบบอยู่ประจำช่วยลดการเข้าถึงสารและสิ่งกระตุ้นในช่วงแรก ทำให้ทีมรักษาสามารถติดตามได้ว่าเมื่อหยุดสารแล้ว อารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างไร และปัญหาใดยังคงอยู่แม้ไม่ได้รับผลจากสาร

จิตแพทย์สามารถประเมินแยกระหว่างผลของสาร อาการถอน โรคทางอารมณ์ โรคสมาธิสั้น PTSD อาการทางจิต และรูปแบบบุคลิกภาพ เพื่อให้การรักษาไม่ยึดติดกับคำวินิจฉัยเพียงอย่างเดียว

การบำบัดรายบุคคลช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษาเข้าใจสิ่งกระตุ้นของตนเอง เช่น ความรู้สึกถูกปฏิเสธ ความโกรธ ความเหงา ความว่างเปล่า หรือความขัดแย้งในความสัมพันธ์ และเรียนรู้วิธีรับมือที่ไม่ต้องพึ่งสาร

กลุ่มบำบัดยังเป็นพื้นที่สำหรับฝึกการรับฟัง การสื่อสาร การรับความคิดเห็นจากผู้อื่น การจัดการความขัดแย้ง และการอยู่ร่วมกับคนอื่นภายใต้ขอบเขตที่ชัดเจน

การป้องกันการกลับไปใช้สารซ้ำจะเตรียมรับสถานการณ์หลังออกจากศูนย์ เช่น หากทะเลาะกับคู่รักจะรับมืออย่างไร หากรู้สึกถูกปฏิเสธแล้วเกิดความอยากใช้สารจะติดต่อใคร หรือหากอารมณ์รุนแรงจนอยากตัดสินใจทันทีจะมีวิธีสร้างเวลาให้ตนเองก่อนลงมือทำอย่างไร

เป้าหมายจึงไม่ใช่การเปลี่ยนว่าเจ้าตัว “เป็นคนแบบไหน” แต่ช่วยให้สามารถจัดการอารมณ์ ความสัมพันธ์ และการตัดสินใจได้ดีขึ้น พร้อมลดการพึ่งสารเป็นวิธีรับมือกับความทุกข์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบุคลิกภาพผิดปกติและการใช้สารเสพติด

อารมณ์แปรปรวนหมายความว่าเป็นบุคลิกภาพผิดปกติหรือไม่

ไม่เสมอไป อารมณ์แปรปรวนสามารถเกิดจากความเครียด การนอนน้อย สารเสพติด อาการถอน โรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ โรคสมาธิสั้น PTSD และภาวะอื่นได้ การวินิจฉัยบุคลิกภาพผิดปกติต้องดูรูปแบบระยะยาว ไม่ใช่อาการเพียงช่วงสั้นๆ

คนที่มีบุคลิกภาพผิดปกติคือคนที่นิสัยไม่ดีหรือไม่

ไม่ใช่ คำวินิจฉัยทางการแพทย์ไม่ได้ใช้ตัดสินว่าคนหนึ่งเป็นคนดีหรือไม่ดี แต่ใช้อธิบายรูปแบบความคิด อารมณ์และพฤติกรรมที่สร้างความทุกข์หรือกระทบการใช้ชีวิต และช่วยกำหนดแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

ยาเสพติดทำให้บุคลิกเปลี่ยนได้หรือไม่

สารเสพติดสามารถทำให้อารมณ์ การตัดสินใจ การยับยั้งพฤติกรรม การนอน และการรับรู้เปลี่ยนไปได้ บางคนจึงมีพฤติกรรมแตกต่างจากเดิมมากในช่วงใช้สารหรือถอนสาร แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีบุคลิกภาพผิดปกติเสมอไป

บุคลิกภาพผิดปกติรักษาได้หรือไม่

สามารถรักษาและช่วยให้อาการหรือพฤติกรรมที่สร้างปัญหาดีขึ้นได้ การบำบัดทางจิตใจเป็นส่วนสำคัญ โดยมุ่งพัฒนาการจัดการอารมณ์ ความสัมพันธ์ การควบคุมพฤติกรรม และวิธีรับมือกับความเครียด

มียารักษาบุคลิกภาพผิดปกติโดยตรงหรือไม่

โดยทั่วไปไม่ได้มียาที่ใช้เพื่อเปลี่ยนบุคลิกภาพโดยตรง แต่จิตแพทย์อาจใช้ยาเพื่อรักษาอาการหรือโรคทางจิตเวชที่เกิดร่วมกันตามข้อบ่งชี้ การบำบัดทางจิตใจจึงยังเป็นส่วนสำคัญของการรักษา

บุคลิกภาพผิดปกติแบบก้ำกึ่งเกี่ยวข้องกับการติดสารหรือไม่

ผู้ที่มีบุคลิกภาพผิดปกติแบบก้ำกึ่งบางรายอาจมีความหุนหันพลันแล่น ควบคุมอารมณ์ยาก กลัวการถูกทอดทิ้ง หรือมีพฤติกรรมเสี่ยง ซึ่งสามารถเกิดร่วมกับปัญหาการใช้สารได้ แต่การวินิจฉัยต้องอาศัยการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรสรุปจากอารมณ์แปรปรวนหรือปัญหาความสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว

ถ้าผู้ป่วยใช้สารทุกครั้งหลังทะเลาะกับคนในครอบครัว ควรทำอย่างไร

ควรประเมินทั้งรูปแบบการใช้สารและสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนใช้สาร การรักษาจะช่วยให้เจ้าตัวเห็นว่าอารมณ์หรือสถานการณ์ใดกระตุ้นความอยาก และฝึกวิธีรับมือกับความขัดแย้งโดยไม่ต้องกลับไปใช้สารทุกครั้ง

ผู้ป่วยไม่ยอมรับว่าตนเองมีปัญหา ครอบครัวควรทำอย่างไร

ไม่จำเป็นต้องพยายามทำให้เจ้าตัวยอมรับชื่อโรคก่อน อาจเริ่มจากสิ่งที่เขาเองเห็นว่าเป็นปัญหา เช่น ทะเลาะกับคนรอบตัวบ่อย นอนไม่หลับ งานเสีย เงินหมด หรือกลับไปใช้สารทุกครั้งที่เครียด แล้วชวนให้เข้ารับการประเมินจากปัญหานั้น

มีบุคลิกภาพผิดปกติและติดสาร ต้องรักษาอะไรก่อน

หากมีการติดสารร่วมด้วย ควรดูแลทั้งสองปัญหาอย่างเชื่อมโยงกัน โดยจัดการความปลอดภัย ภาวะมึนเมา อาการถอน และอาการทางจิตเวชรุนแรงก่อน จากนั้นจึงติดตามรูปแบบอารมณ์ พฤติกรรม และความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ไม่ควรรักษาการติดสารโดยละเลยปัญหาทางจิตใจที่กระตุ้นให้กลับไปใช้สาร

บุคลิกภาพผิดปกติร่วมกับการใช้สารจำเป็นต้องเข้าศูนย์บำบัดหรือไม่

ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน หากปัญหาสุขภาพจิตเป็นปัญหาหลักและมีการใช้สารเพียงเป็นครั้งคราวโดยยังไม่มีลักษณะการติดสารชัดเจน สามารถเริ่มจากการประเมินสุขภาพจิตได้ แต่หากใช้สารซ้ำ ควบคุมไม่ได้ ต้องพึ่งสารเพื่อจัดการอารมณ์ หยุดแล้วกลับไปใช้ใหม่หลายครั้ง มีอาการถอน หรือการใช้สารสร้างความเสียหายต่อชีวิต การบำบัดการติดสารแบบอยู่ประจำที่ Day One Rehabilitation Center เป็นทางเลือกที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง

การรักษาไม่ได้เปลี่ยนตัวตน แต่ช่วยให้มีวิธีรับมือกับชีวิตที่ดีขึ้น

คำว่า “บุคลิกภาพผิดปกติ” ไม่ควรถูกใช้เป็นคำตัดสินว่าคนคนหนึ่งเป็นคนไม่ดี เห็นแก่ตัว ควบคุมไม่ได้ หรือไม่มีทางเปลี่ยนแปลง เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าชื่อโรคคือการทำความเข้าใจว่ารูปแบบความคิด อารมณ์ และความสัมพันธ์ใดกำลังสร้างความทุกข์ และการใช้สารเข้ามาเกี่ยวข้องกับรูปแบบเหล่านั้นอย่างไร

สำหรับบางคน สารอาจกลายเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการจัดการกับความโกรธ ความกลัวการถูกทอดทิ้ง ความเหงา ความว่างเปล่า หรือความเครียด แต่เมื่อใช้ซ้ำ สารสามารถสร้างปัญหาใหม่ทั้งด้านอารมณ์ การเงิน การทำงาน และความสัมพันธ์ ทำให้สิ่งที่พยายามหลีกหนีกลับยิ่งรุนแรงขึ้น

การรักษาที่เหมาะสมจึงต้องดูทั้งปัญหาการใช้สารและสุขภาพจิตไปพร้อมกัน ช่วยให้เจ้าตัวรู้จักสิ่งกระตุ้นของตนเอง มีทักษะจัดการอารมณ์ สื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ได้ดีขึ้น รวมถึงมีแผนรับมือเมื่อเกิดความอยากใช้สาร

ครอบครัวเองไม่จำเป็นต้องรอให้เจ้าตัวยอมรับชื่อโรคก่อนจึงเริ่มขอความช่วยเหลือ การเริ่มจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริงและพูดคุยโดยไม่ใช้คำวินิจฉัยเป็นคำตำหนิ สามารถเปิดทางให้เกิดการรักษาได้ และหากมีการใช้สารซ้ำจนควบคุมไม่ได้ การรักษาการติดสารอย่างจริงจังควรเกิดขึ้นพร้อมกับการดูแลปัญหาทางจิตใจที่อยู่เบื้องหลัง

ปรึกษาการบำบัดบุคลิกภาพผิดปกติกับเรา

ประเมินเบื้องต้นฟรี เป็นความลับ จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 - 17.00 น.