โทร 02-028-7775@dayoneไทย|EN
โลโก้ Day One Rehabilitation Centerศูนย์บำบัดยาเสพติด Day Oneสถานบำบัดยาเสพติด จ.นครนายก

พอตเค (Etomidate) อาการ ผลกระทบ และแนวทางการบำบัดรักษา

เนื้อหาโดยทีมแพทย์ Day One Rehabilitation Center · ตรวจสอบโดย นพ.พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์)

พอตเคเป็นชื่อที่ใช้เรียกบุหรี่ไฟฟ้าหรือน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีการลักลอบผสมสารออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท โดยคำว่า “พอตเค” อาจสร้างความสับสน เพราะเดิมเคยถูกใช้เรียกผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเคตามีน (Ketamine) ขณะที่ปัจจุบันมีการตรวจพบเอโทมิเดต (Etomidate) ในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่ลักลอบจำหน่ายด้วย ดังนั้นชื่อที่ผู้ขายหรือผู้ใช้เรียกผลิตภัณฑ์จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าสารที่อยู่ภายในคืออะไรหรือมีความเข้มข้นเท่าใด

เอโทมิเดตเป็นยาระงับความรู้สึก (Anesthetic) ชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำที่ใช้ในทางการแพทย์เพื่อทำให้ผู้ป่วยหมดความรู้สึกอย่างรวดเร็ว การใช้ในโรงพยาบาลเกิดขึ้นภายใต้การควบคุมปริมาณยาและการเฝ้าระวังของบุคลากรทางการแพทย์ การนำเอโทมิเดตมาผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าแล้วสูดเข้าสู่ร่างกายเพื่อให้เกิดความมึนเมาจึงแตกต่างจากการใช้ทางการแพทย์อย่างชัดเจน

หลังได้รับเอโทมิเดต ผู้ใช้อาจมีระดับความรู้สึกตัวลดลง ง่วงซึม เดินเซ ควบคุมร่างกายผิดปกติ หรือเกิดไมโอคลอนัส (Myoclonus) ซึ่งคืออาการกล้ามเนื้อกระตุกอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจ นอกจากนี้เอโทมิเดตยังสามารถยับยั้งการสร้างคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่สร้างจากต่อมหมวกไต (Adrenal gland) และมีบทบาทต่อการตอบสนองของร่างกายในภาวะเครียดหรือเจ็บป่วย

สำหรับครอบครัว หากพบว่าคนใกล้ชิดใช้พอตแล้วมีอาการตัวอ่อน เดินเซ กล้ามเนื้อกระตุก ง่วงซึมผิดปกติ หรือหมดสติ ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงอาการเมาที่รอให้หายเอง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบส่วนประกอบแน่นอน การเข้าใจว่าพอตเคคืออะไร อาการจากเอโทมิเดตมีลักษณะอย่างไร อาการแบบใดเป็นสัญญาณอันตราย และเมื่อเริ่มใช้ซ้ำจนควบคุมได้ยากควรเข้าสู่การบำบัดอย่างไร จะช่วยให้ครอบครัวตัดสินใจขอความช่วยเหลือได้ก่อนปัญหาซับซ้อนขึ้น

พอตเคและเอโทมิเดต (Etomidate) คืออะไร ส่งผลต่อสมองอย่างไร

เอโทมิเดตเป็นยาระงับความรู้สึกที่ออกฤทธิ์อย่างรวดเร็วต่อระบบประสาทส่วนกลาง (Central nervous system) ในทางการแพทย์มีการใช้เพื่อช่วยนำผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะหมดความรู้สึกสำหรับหัตถการบางประเภท โดยต้องใช้ในขนาดที่เหมาะสมและมีบุคลากรทางการแพทย์ติดตามอาการ

การนำเอโทมิเดตมาสูดผ่านบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่วิธีการใช้ยาตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ผู้ใช้อาจไม่ทราบว่าตนเองได้รับสารในปริมาณเท่าใด น้ำยามีความเข้มข้นเพียงใด หรือมีสารชนิดอื่นปะปนอยู่หรือไม่

เมื่อเอโทมิเดตออกฤทธิ์ต่อสมอง ผู้ใช้อาจมีระดับความรู้สึกตัวลดลง ตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวช้าลง การทรงตัวและการควบคุมร่างกายผิดปกติ บางคนอาจมีลักษณะตัวอ่อน เดินไม่มั่นคง หรือเกิดการกระตุกของกล้ามเนื้อ

เอโทมิเดตยังมีผลต่อระบบฮอร์โมน โดยสามารถยับยั้งเอนไซม์ที่จำเป็นต่อการสร้างคอร์ติซอล คอร์ติซอลเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความดันโลหิต ระดับน้ำตาล และการตอบสนองของร่างกายเมื่อเผชิญความเครียดหรือความเจ็บป่วย ผลต่อระบบฮอร์โมนนี้จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่ควรมองเอโทมิเดตเป็นเพียงสารที่ทำให้เกิดความมึนเมาชั่วคราว

ในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ประกาศให้เอโทมิเดตเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2568 หลังพบการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์โดยลักลอบผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า

อาการของผู้ที่ใช้พอตเค (Etomidate) สังเกตได้อย่างไร

อาการหลังใช้พอตเคอาจแตกต่างกันตามปริมาณและความเข้มข้นของสาร จำนวนครั้งที่สูบ สุขภาพของผู้ใช้ และสารอื่นที่อาจอยู่ในผลิตภัณฑ์เดียวกัน จึงไม่ควรใช้ลักษณะอาการเพียงอย่างเดียวเพื่อยืนยันว่าผู้ใช้ได้รับเอโทมิเดต

อาการและพฤติกรรมที่อาจพบ ได้แก่

  • ง่วงซึมหรือระดับความรู้สึกตัวลดลง

  • มึนงงและตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวช้าลง

  • เดินเซหรือทรงตัวผิดปกติ

  • ตัวอ่อนหรือควบคุมการเคลื่อนไหวได้ไม่เหมือนปกติ

  • กล้ามเนื้อกระตุกโดยไม่ได้ตั้งใจ

  • คลื่นไส้หรืออาเจียน

  • สับสนหลังใช้

  • สูบซ้ำหลายครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ

  • ใช้พอตบ่อยขึ้นจากเดิม

  • หมกมุ่นกับการหา ซื้อ หรือใช้พอต

  • พยายามลดหรือหยุดแล้วกลับไปใช้ซ้ำ

  • ใช้ต่อแม้เคยมีอาการผิดปกติหลังสูบ

  • การเรียน การทำงาน การเงิน หรือความสัมพันธ์เริ่มได้รับผลกระทบ

  • มีการใช้แอลกอฮอล์ เคตามีน หรือสารชนิดอื่นร่วมด้วย

อาการกล้ามเนื้อกระตุกหลังได้รับเอโทมิเดตอาจเป็นไมโอคลอนัส ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบได้จากยาชนิดนี้ อย่างไรก็ตาม ครอบครัวไม่ควรพยายามแยกด้วยตนเองว่าอาการกระตุกที่เห็นเป็นไมโอคลอนัสหรืออาการชัก เพราะหากมีการสูญเสียความรู้สึกตัว ชักต่อเนื่อง หรือไม่ตอบสนองตามปกติ ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์ทันที

การเรียกผู้ที่มีอาการตัวอ่อนหรือควบคุมร่างกายผิดปกติว่า “ซอมบี้” อาจทำให้ความสำคัญของอาการทางการแพทย์ถูกลดทอนลง สำหรับครอบครัว สิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่ใช่ชื่อเรียก แต่คือระดับความรู้สึกตัว การหายใจ การตอบสนอง และความสามารถในการควบคุมร่างกายของผู้ใช้

ผลกระทบและอันตรายจากพอตเค (Etomidate) มีอะไรบ้าง

อันตรายจากพอตเคไม่ได้มีเพียงอาการมึนเมาหลังสูบ แต่เกี่ยวข้องทั้งกับการกดการทำงานของสมอง การสูญเสียความสามารถในการควบคุมร่างกาย ผลต่อระบบฮอร์โมน และความไม่แน่นอนของสารที่ผสมอยู่ในน้ำยา

ผลต่อระดับความรู้สึกตัวและการควบคุมร่างกาย

เอโทมิเดตเป็นยาระงับความรู้สึก เมื่อได้รับเข้าสู่ร่างกายสามารถทำให้ระดับความรู้สึกตัวลดลง การตอบสนองช้าลง และการควบคุมร่างกายผิดปกติ ผู้ใช้จึงมีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและการบาดเจ็บ โดยเฉพาะหากเกิดอาการขณะอยู่ในสถานที่ที่ไม่ปลอดภัย

กล้ามเนื้อกระตุกแบบไมโอคลอนัส (Myoclonus)

ไมโอคลอนัสคือการกระตุกของกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจ และเป็นผลข้างเคียงที่เป็นที่รู้จักของเอโทมิเดต อาการอาจทำให้ผู้พบเห็นเข้าใจว่าเป็นอาการชัก แต่ไม่ใช่การกระตุกทุกครั้งจะมีสาเหตุเหมือนกัน

หากผู้ใช้มีอาการกระตุกอย่างรุนแรง สูญเสียความรู้สึกตัว หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ไม่ควรพยายามวินิจฉัยจากอาการภายนอก แต่ควรเข้ารับการประเมินทางการแพทย์

ผลต่อคอร์ติซอล (Cortisol) และต่อมหมวกไต (Adrenal gland)

ผลทางการแพทย์ที่สำคัญของเอโทมิเดตคือการยับยั้งการสร้างฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต โดยเฉพาะคอร์ติซอล แม้การใช้เอโทมิเดตทางการแพทย์เพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้การสร้างคอร์ติซอลลดลงชั่วคราวได้

คอร์ติซอลมีบทบาทสำคัญต่อการตอบสนองของร่างกายต่อความเครียดและการเจ็บป่วย รวมถึงเกี่ยวข้องกับการควบคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาล การได้รับเอโทมิเดตซ้ำๆ โดยไม่มีการควบคุมจึงเป็นประเด็นที่ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์

หากการสร้างฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตลดลงมาก อาจเกิดภาวะต่อมหมวกไตทำงานไม่เพียงพอ (Adrenal insufficiency) ซึ่งต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ ไม่ควรซื้อยาหรือฮอร์โมนมารับประทานเพื่อป้องกันหรือรักษาด้วยตนเอง

ความเสี่ยงจากการไม่ทราบว่าน้ำยามีสารอะไร

อีกหนึ่งอันตรายสำคัญคือ ผู้ใช้อาจไม่สามารถยืนยันส่วนประกอบของน้ำยาที่ซื้อมาได้

ชื่อ “พอตเค” ไม่ได้เป็นชื่อผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ระบุส่วนประกอบและปริมาณสารอย่างแน่นอน น้ำยาที่ลักลอบจำหน่ายอาจมีเอโทมิเดต เคตามีน หรือสารออกฤทธิ์ชนิดอื่นอยู่ด้วย ดังนั้นอาการที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มาจากสารชนิดเดียว

หากหลังสูบมีอาการหมดสติ ปลุกไม่ตื่น หายใจผิดปกติ ชัก สับสนอย่างมาก หรือไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ตามปกติ ควรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน ไม่ควรรอให้ผู้ใช้ “สร่างเอง”

การหยุดพอตเค และดูแลอาการหลังหยุดใช้

การดูแลผู้ที่ใช้พอตเคต้องเริ่มจากการประเมินก่อนว่าใช้สารอะไรจริง เพราะชื่อที่ผู้ใช้หรือผู้ขายเรียกอาจไม่ตรงกับส่วนประกอบภายในผลิตภัณฑ์

ทีมรักษาจึงควรทราบข้อมูลให้มากที่สุด เช่น ใช้มานานเท่าใด ใช้บ่อยแค่ไหน สูบครั้งละประมาณเท่าใด เคยมีอาการผิดปกติอะไรหลังใช้ พยายามหยุดแล้วเกิดอะไรขึ้น และมีการใช้สารชนิดอื่นร่วมด้วยหรือไม่

สำหรับเอโทมิเดตโดยเฉพาะ ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มอาการถอน (Withdrawal syndrome) จากการสูดผ่านบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อความมึนเมายังมีจำกัดเมื่อเทียบกับสารที่มีการศึกษามายาวนาน เช่น แอลกอฮอล์หรือโอปิออยด์ จึงไม่ควรระบุว่าอาการถอนพอตเคจะต้องเกิดในรูปแบบเดียวกันกับทุกคน

หากผู้ใช้สูบซ้ำเป็นประจำและรู้สึกว่าควบคุมไม่ได้ การหยุดใช้ควรติดตามทั้งอาการทางร่างกายและจิตใจ เช่น การนอน อารมณ์ ความวิตกกังวล ความอยากสาร ระดับความรู้สึกตัว และอาการผิดปกติอื่น

ในผู้ที่มีประวัติใช้เอโทมิเดตซ้ำจำนวนมาก แพทย์อาจจำเป็นต้องพิจารณาผลต่อการทำงานของต่อมหมวกไตตามอาการและประวัติของแต่ละคน การแจ้งข้อมูลการใช้สารตามจริงจึงมีความสำคัญต่อการวางแผนตรวจและรักษา

หากไม่ทราบว่าน้ำยาที่ใช้มีสารชนิดใดบ้าง ยิ่งไม่ควรซื้อยามารักษาอาการถอนด้วยตนเอง เพราะอาการอาจเกี่ยวข้องกับสารอื่นที่ผสมอยู่ด้วย

การหยุดใช้สารได้ในช่วงแรกยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการรักษา หากความอยาก สิ่งกระตุ้น กลุ่มเพื่อน และเหตุผลที่ทำให้ใช้สารยังไม่ได้รับการจัดการ ความเสี่ยงต่อการกลับไปใช้ซ้ำยังคงอยู่

การบำบัดและฟื้นฟูหลังหยุดพอตเค

หลังจากสุขภาพร่างกายและอาการช่วงแรกเริ่มคงที่ การรักษาควรค้นหาต่อว่าเหตุใดผู้ใช้จึงเริ่มใช้และกลับไปใช้พอตเคซ้ำ

บางคนเริ่มจากความอยากลอง บางคนใช้ตามกลุ่มเพื่อน บางคนใช้ในงานปาร์ตี้หรือสถานบันเทิง และบางคนอาจค่อยๆ ใช้สารเพื่อจัดการกับความเครียด ความเหงา ความวิตกกังวล หรืออารมณ์ที่ไม่ต้องการ

หากรักษาเพียงการหยุดสาร แต่เมื่อกลับบ้านยังพบเพื่อนกลุ่มเดิม เข้าถึงผู้ขายเดิม หรือยังไม่มีวิธีจัดการความเครียดแบบใหม่ โอกาสกลับไปใช้ซ้ำก็ยังมีอยู่

การบำบัดทางจิตใจจึงช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษามองเห็นวงจรระหว่างสถานการณ์ ความคิด อารมณ์ ความอยาก และพฤติกรรมการใช้สาร พร้อมฝึกวิธีตอบสนองต่อสถานการณ์เหล่านั้นโดยไม่ต้องพึ่งสาร

การฟื้นฟูอาจประกอบด้วยการบำบัดรายบุคคล การบำบัดแบบกลุ่ม การฝึกจัดการความอยาก การปรับความคิดและพฤติกรรม การจัดการความเครียด การปรับการนอน การออกกำลังกาย และการสร้างกิจวัตรประจำวันที่ไม่เชื่อมโยงกับการใช้สาร

หากมีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล ปัญหาการนอน สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวน หรือโรคร่วมทางจิตเวชอื่น ควรได้รับการประเมินควบคู่กัน โดยเฉพาะผู้ที่มีการใช้เคตามีน ยาบ้า ยาไอซ์ กัญชา แอลกอฮอล์ หรือสารอื่นร่วมกับพอตเค

ป้องกันการกลับไปใช้พอตเคซ้ำได้อย่างไร

การป้องกันการกลับไปใช้ซ้ำไม่ได้อาศัยเพียงการบอกตัวเองว่า “จะไม่ใช้อีก” แต่ต้องค้นหาว่าอะไรเป็นสิ่งกระตุ้น (Trigger) ของแต่ละคน และเตรียมวิธีรับมือไว้ล่วงหน้า

สิ่งกระตุ้นที่อาจพบ เช่น

  • กลุ่มเพื่อนที่เคยใช้พอตเคร่วมกัน

  • งานปาร์ตี้หรือสถานบันเทิง

  • การดื่มแอลกอฮอล์

  • การใช้เคตามีนหรือสารชนิดอื่น

  • การเห็นบุหรี่ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ที่เคยใช้

  • การยังมีช่องทางติดต่อผู้ขาย

  • ความเครียดจากงานหรือการเรียน

  • ความขัดแย้งในครอบครัว

  • ความเหงาและความเบื่อ

  • ความต้องการความตื่นเต้นหรือประสบการณ์ใหม่

  • ความคิดว่า “ลองอีกครั้งเดียวคงไม่เป็นไร”

  • ความคิดว่า “ครั้งก่อนก็หายเอง ครั้งนี้คงไม่เป็นอะไร”

เมื่อรู้สิ่งกระตุ้นแล้ว การรักษาจะช่วยวางแผนว่าในช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงสถานการณ์ใด จะเปลี่ยนรูปแบบการเข้าสังคมอย่างไร จะจัดการความเครียดด้วยวิธีใด และเมื่อเกิดความอยากมากจะขอความช่วยเหลือจากใคร

หากผู้เข้ารับการบำบัดเคยหยุดแล้วกลับไปใช้ซ้ำ ไม่ควรมองว่าเป็นหลักฐานว่าเขาไม่มีความตั้งใจ แต่ควรย้อนกลับไปดูว่าก่อนกลับไปใช้เกิดอะไรขึ้น มีสัญญาณเตือนอะไร และแผนเดิมยังขาดการรับมือในส่วนใด เพื่อปรับแผนป้องกันการกลับไปใช้ซ้ำให้เหมาะกับชีวิตจริงมากขึ้น

คนในครอบครัวใช้พอตเค แต่ไม่ยอมรับว่ามีปัญหา ควรทำอย่างไร

ผู้ใช้บางคนอาจมองว่าพอตเคเป็นเพียงบุหรี่ไฟฟ้า หรือคิดว่าอาการตัวอ่อน เดินเซ และมึนงงเป็นเพียงผลที่เกิดขึ้นชั่วคราวแล้วหายไป จึงไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องเข้ารับการรักษา

ครอบครัวไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการพยายามทำให้อีกฝ่ายยอมรับว่า “ติดพอตเค” เพราะการโต้เถียงเรื่องคำว่าติดหรือไม่ติดอาจทำให้การสนทนาหยุดอยู่ที่การปกป้องตัวเอง

ควรเริ่มจากสิ่งที่สังเกตได้จริง เช่น

“ครั้งหลังๆ ที่สูบเห็นว่าเดินไม่ไหว ตัวอ่อนและควบคุมตัวเองไม่ได้ เลยเป็นห่วงว่าสารในพอตกำลังกระทบร่างกาย”

จากนั้นอาจใช้คำถามปลายเปิด เช่น “เคยตั้งใจว่าจะหยุดแล้วกลับไปใช้ใหม่ไหม” “การใช้ตอนนี้เริ่มกระทบชีวิตส่วนไหนบ้าง” หรือ “ถ้าครั้งหน้ามีอาการหนักกว่านี้และอยู่คนเดียว คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

การพูดคุยในลักษณะนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเอาชนะ แต่ช่วยให้ผู้ใช้เริ่มสำรวจความเสี่ยงและผลกระทบด้วยตนเอง

หากยังไม่พร้อมเข้าศูนย์บำบัด การยอมเข้ารับการประเมินหรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญก็เป็นก้าวแรกได้ และหากครอบครัวไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดอย่างไร สามารถขอคำปรึกษาก่อนได้เพื่อช่วยวางแนวทางการสื่อสารที่เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละบ้าน

การบำบัดพอตเค (Etomidate) ที่ Day One Rehabilitation Center

การบำบัดผู้ที่มีปัญหาจากพอตเคที่ Day One Rehabilitation Center เป็นการดูแลแบบอยู่ประจำ โดยเริ่มจากการประเมินรูปแบบการใช้ ระยะเวลาที่ใช้ ความถี่ อาการที่เคยเกิดขึ้นหลังสูบ ประวัติการพยายามหยุด และสารชนิดอื่นที่อาจใช้ร่วมกัน

เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ลักลอบจำหน่ายอาจมีส่วนประกอบไม่ตรงกับชื่อที่เรียก ทีมรักษาจึงให้ความสำคัญกับการประเมินการใช้สารทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเอโทมิเดต เคตามีน ยาบ้า ยาไอซ์ กัญชา แอลกอฮอล์ หรือสารอื่น เพื่อให้เห็นรูปแบบการใช้สารจริงของแต่ละคน

ในช่วงแรก ทีมรักษาจะติดตามสุขภาพร่างกายและจิตใจ ประเมินอาการหลังหยุดสาร และพิจารณาว่ามีภาวะใดที่ต้องได้รับการตรวจหรือรักษาทางการแพทย์เพิ่มเติมหรือไม่ หากมีอาการทางจิตเวชหรือจำเป็นต้องใช้ยา จิตแพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามความเหมาะสมของแต่ละราย

หลังจากอาการทางร่างกายเริ่มคงที่ การฟื้นฟูจะมุ่งไปที่ปัจจัยที่ทำให้เกิดการใช้ซ้ำ โปรแกรมประกอบด้วยการบำบัดรายบุคคลกับนักจิตบำบัด กิจกรรมกลุ่มบำบัด การประเมินอาการทางจิตเวช และการรักษาหรือปรับยาตามความเหมาะสมโดยจิตแพทย์ รวมถึงการดูแลอาหาร การพักผ่อน กิจวัตรประจำวัน และการออกกำลังกาย

การบำบัดแบบอยู่ประจำช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษาแยกออกจากแหล่งสาร ช่องทางซื้อ กลุ่มเพื่อน และกิจวัตรเดิมที่เชื่อมโยงกับการใช้ในช่วงแรก เปิดโอกาสให้ได้ฝึกจัดการความอยาก ความเครียด และอารมณ์โดยไม่ต้องพึ่งสาร

หากมีโรคร่วมทางจิตเวช (Co-occurring psychiatric disorders) หรือมีปัญหาการใช้สารหลายชนิด การรักษาจะประเมินและดูแลควบคู่กัน เพราะเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การหยุดพอตเคเพียงอย่างเดียว แต่ต้องช่วยให้ผู้เข้ารับการบำบัดเข้าใจวงจรการใช้สารของตนเองและมีทักษะเพียงพอสำหรับกลับไปใช้ชีวิตภายนอก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพอตเค (Etomidate)

พอตเคคืออะไร เป็นเคตามีนหรือเอโทมิเดต

“พอตเค” เป็นชื่อเรียกที่ไม่สามารถใช้ยืนยันส่วนประกอบของน้ำยาได้ ในประเทศไทยเคยมีการใช้คำนี้กับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเคตามีน ขณะเดียวกันมีการตรวจพบเอโทมิเดตในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่ลักลอบจำหน่ายด้วย หากเกิดอาการผิดปกติจึงไม่ควรสรุปจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

เอโทมิเดต (Etomidate) คือยาอะไร

เอโทมิเดตเป็นยาระงับความรู้สึกที่ใช้ทางการแพทย์เพื่อทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะหมดความรู้สึกอย่างรวดเร็ว โดยปกติใช้ทางหลอดเลือดดำภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ การนำมาผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อสูดจึงไม่ใช่การใช้ตามวัตถุประสงค์ทางการแพทย์

ทำไมสูบพอตเคแล้วตัวอ่อน เดินเซ หรือควบคุมตัวเองไม่ได้

เอโทมิเดตออกฤทธิ์กดระดับความรู้สึกตัวและสามารถทำให้การควบคุมร่างกายผิดปกติ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดไมโอคลอนัส ซึ่งเป็นการกระตุกของกล้ามเนื้อโดยไม่ได้ตั้งใจได้ หากมีอาการรุนแรง หมดสติ หรือไม่ตอบสนอง ควรได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์

พอตเคทำให้ต่อมหมวกไตมีปัญหาได้ไหม

เอโทมิเดตสามารถยับยั้งการสร้างคอร์ติซอลจากต่อมหมวกไตได้ การได้รับสารซ้ำโดยไม่มีการควบคุมจึงเป็นความเสี่ยงที่ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ต่อเนื่องหรือเริ่มมีอาการผิดปกติ ไม่ควรซื้อฮอร์โมนหรือยามารักษาด้วยตนเอง

พอตเคเสพติดได้ไหม

หากเกิดการใช้ซ้ำ มีความอยาก ควบคุมการใช้ได้ยาก พยายามหยุดแล้วกลับไปใช้ หรือยังใช้ต่อแม้เกิดผลกระทบ ถือเป็นรูปแบบการใช้ที่ควรได้รับการประเมิน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับความผิดปกติจากการใช้เอโทมิเดตผ่านบุหรี่ไฟฟ้ายังมีจำกัดกว่าสารที่มีการศึกษามายาวนาน จึงควรประเมินเป็นรายบุคคลและตรวจสอบการใช้สารอื่นร่วมด้วย

พอตเคมีอาการถอนอย่างไร

ปัจจุบันข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มอาการถอนจากการสูดเอโทมิเดตเพื่อความมึนเมายังมีจำกัด จึงไม่ควรกำหนดอาการถอนแบบตายตัว หากใช้เป็นประจำแล้วพยายามหยุด ควรติดตามอาการทางร่างกาย อารมณ์ การนอน ความอยาก และประเมินสารอื่นที่อาจใช้ร่วมกัน

สูบพอตเคแล้วหมดสติควรทำอย่างไร

หากหมดสติ ปลุกไม่ตื่น หายใจผิดปกติ ชัก สับสนอย่างมาก หรือไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ตามปกติ ควรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินทันที ไม่ควรรอให้ฤทธิ์ของสารหมดเอง และควรแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือสารที่สงสัยแก่บุคลากรทางการแพทย์ตามจริง

เลิกพอตเคได้จริงหรือไม่

การหยุดใช้และฟื้นตัวเป็นไปได้ หากใช้ซ้ำจนควบคุมได้ยาก การรักษาควรดูแลทั้งสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต ความอยาก พฤติกรรม สิ่งกระตุ้น และสารชนิดอื่นที่ใช้ร่วมกัน การเคยกลับไปใช้ซ้ำไม่ได้หมายความว่าจะรักษาไม่ได้ แต่เป็นข้อมูลที่ช่วยให้ทีมรักษาปรับแผนป้องกันการกลับไปใช้ซ้ำให้เหมาะสมขึ้น

เริ่มต้นการรักษาพอตเคก่อนปัญหาจะรุนแรงขึ้น

ครอบครัวไม่จำเป็นต้องรอให้คนที่รักหมดสติ เกิดอุบัติเหตุ หรือมีปัญหาสุขภาพรุนแรงก่อนจึงเริ่มขอความช่วยเหลือ หากเริ่มเห็นว่าใช้พอตเคบ่อยขึ้น ควบคุมการใช้ได้ยาก เคยมีอาการตัวอ่อน เดินเซ กล้ามเนื้อกระตุก หรือหมดสติหลังสูบ แต่ยังกลับไปใช้อีก นั่นเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะเริ่มประเมินปัญหาอย่างจริงจัง

สำหรับครอบครัวที่กำลังค้นหาว่า “พอตเคคืออะไร” “พอตเคอันตรายไหม” “เอโทมิเดตเสพติดไหม” “พอตเคมีอาการถอนหรือไม่” หรือ “คนใช้พอตเคไม่ยอมไปบำบัดควรทำอย่างไร” ไม่จำเป็นต้องรอจนทราบชื่อสารอย่างแน่นอนก่อนขอความช่วยเหลือ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ลักลอบจำหน่ายอาจมีส่วนประกอบแตกต่างจากชื่อที่เรียก สิ่งสำคัญกว่าคือการประเมินอาการ รูปแบบการใช้ ผลกระทบ และสารอื่นที่อาจใช้ร่วมกัน

เป้าหมายของการบำบัดจึงไม่ใช่เพียงทำให้หยุดพอตเคในช่วงหนึ่ง แต่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจว่าอะไรทำให้กลับไปใช้สาร ฝึกจัดการความอยากและความเครียด รักษาปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดร่วมกัน และเตรียมแผนสำหรับกลับไปใช้ชีวิตโดยไม่ต้องพึ่งสาร หากครอบครัวเริ่มเห็นสัญญาณปัญหา การขอคำปรึกษาตั้งแต่วันนี้อาจช่วยให้เริ่มต้นการรักษาได้ก่อนที่ผลกระทบจะซับซ้อนขึ้น

ปรึกษาการบำบัดพอตเค (Etomidate)กับเรา

ประเมินเบื้องต้นฟรี เป็นความลับ จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 - 17.00 น.