โทร 02-028-7775@dayoneไทย|EN
โลโก้ Day One Rehabilitation Centerศูนย์บำบัดยาเสพติด Day Oneสถานบำบัดยาเสพติด จ.นครนายก

GHB และ GBL อาการ ผลกระทบ และแนวทางการบำบัดรักษา

เนื้อหาโดยทีมแพทย์ Day One Rehabilitation Center · ตรวจสอบโดย นพ.พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์)

GHB หรือแกมมา-ไฮดรอกซีบิวทิเรต และ GBL หรือแกมมา-บิวทิโรแลคโตน เป็นสารที่มีฤทธิ์กดการทำงานของสมองและระบบประสาท ทำให้ผู้ใช้รู้สึกผ่อนคลาย เคลิบเคลิ้ม ง่วง หรือควบคุมตัวเองได้น้อยลง หากได้รับมากเกินไปอาจทำให้หมดสติ หายใจช้าลง และเกิดอันตรายรุนแรงได้

แม้ GHB และ GBL จะเป็นสารคนละชนิด แต่มีความเกี่ยวข้องกันอย่างมาก เพราะเมื่อ GBL เข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะเปลี่ยน GBL ให้กลายเป็น GHB อย่างรวดเร็ว ผลที่เกิดขึ้นจึงคล้ายกัน และทั้งสองชนิดสามารถทำให้เกิดการพึ่งพาสารได้เมื่อใช้เป็นประจำ

สิ่งที่ทำให้ GHB และ GBL ต้องระวังเป็นพิเศษคือ ปริมาณที่ทำให้รู้สึกมึนเมากับปริมาณที่ทำให้เกิดอันตรายอาจแตกต่างกันไม่มาก อีกทั้งสารที่ได้จากแหล่งที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีความเข้มข้นไม่แน่นอน ผู้ใช้จึงคาดเดาผลที่เกิดขึ้นได้ยาก การใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์ ยานอนหลับ ยาคลายกังวล หรือสารอื่นที่กดระบบประสาทยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการหมดสติและการหายใจผิดปกติ

สำหรับครอบครัว อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ ผู้ที่ใช้ GHB หรือ GBL บ่อยจนร่างกายเกิดการพึ่งพาอาจมีอาการถอนรุนแรงเมื่อหยุดทันที บางรายอาจกระสับกระส่ายมาก สับสน ประสาทหลอน หรือชัก จึงไม่ควรบังคับให้ผู้ที่ใช้หนักหยุดเองที่บ้านโดยไม่ได้รับการประเมิน การรู้จักสัญญาณของการติด GHB และ GBL อาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล และวิธีเข้าสู่การบำบัดอย่างปลอดภัย จะช่วยให้ครอบครัวรับมือกับปัญหาได้เร็วและเหมาะสมขึ้น

GHB และ GBL คืออะไร และส่งผลต่อสมองอย่างไร

GHB เป็นสารที่ออกฤทธิ์กดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ส่วน GBL เป็นสารที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกเปลี่ยนเป็น GHB อย่างรวดเร็ว ดังนั้นแม้ชื่อจะต่างกัน แต่ผลที่เกิดกับสมองและร่างกายมีความใกล้เคียงกัน

เมื่อสารออกฤทธิ์ ผู้ใช้อาจรู้สึกผ่อนคลาย เคลิบเคลิ้ม กล้าพูดหรือกล้าแสดงออกมากขึ้น และมีการยับยั้งชั่งใจลดลง แต่เมื่อได้รับสารมากขึ้น อาการสามารถเปลี่ยนเป็นง่วงซึม สับสน พูดไม่ชัด เดินเซ จำเหตุการณ์ไม่ได้ หรือหมดสติ

GHB ออกฤทธิ์ต่อระบบสารสื่อประสาทในสมอง โดยเฉพาะตัวรับกาบา-บี (GABA-B receptor) ซึ่งมีส่วนในการลดการทำงานของระบบประสาท จึงอธิบายได้ว่าทำไมเมื่อได้รับสารมากขึ้น ผู้ใช้จึงสามารถเปลี่ยนจากความรู้สึกผ่อนคลายไปสู่อาการง่วงมากและหมดสติได้

ปัญหาอีกด้านหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อใช้เป็นประจำ ร่างกายสามารถปรับตัวจนเกิดความทนต่อสาร หมายถึงต้องใช้มากขึ้นหรือบ่อยขึ้นเพื่อให้ได้ผลเหมือนเดิม เมื่อใช้ถี่ขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายอาจเกิดการพึ่งพา จนเมื่อระดับสารลดลงก็เริ่มมีอาการถอน

บางคนจึงไม่ได้ใช้เพื่อให้เกิดความรู้สึกเคลิบเคลิ้มเหมือนช่วงแรกอีกต่อไป แต่กลับต้องใช้เพื่อไม่ให้มือสั่น กระสับกระส่าย วิตกกังวล หรือนอนไม่หลับ หากเริ่มเกิดลักษณะเช่นนี้ควรมองว่าเป็นสัญญาณสำคัญที่ต้องได้รับการประเมิน

อาการของผู้ที่ใช้หรือติด GHB และ GBL สังเกตได้อย่างไร

อาการหลังใช้ GHB หรือ GBL แตกต่างกันได้ตามปริมาณ ความเข้มข้น สุขภาพของผู้ใช้ และสารชนิดอื่นที่ใช้ร่วมกัน บางคนอาจดูเพียงผ่อนคลายหรือมึนเมา ขณะที่บางคนสามารถหมดสติได้

อาการและพฤติกรรมที่ครอบครัวอาจสังเกตเห็น ได้แก่

  • ง่วงซึมหรือมึนงงผิดปกติ

  • พูดไม่ชัด

  • เดินเซหรือควบคุมร่างกายได้ไม่ดี

  • ตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวช้าลง

  • สับสน

  • คลื่นไส้หรืออาเจียน

  • จำเหตุการณ์บางช่วงไม่ได้

  • หมดสติหลังใช้สาร

  • ใช้ GHB หรือ GBL บ่อยขึ้นเรื่อยๆ

  • ต้องใช้หลายครั้งภายในหนึ่งวัน

  • ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าต้องใช้สาร

  • ใช้สารเพื่อไม่ให้เกิดอาการถอน

  • พยายามลดหรือหยุดแล้วทำไม่ได้

  • มีความอยากและคิดถึงการใช้สารบ่อย

  • เมื่อเว้นช่วงการใช้เริ่มมือสั่น วิตกกังวล กระสับกระส่าย หรือนอนไม่หลับ

  • ยังกลับไปใช้แม้เคยหมดสติหรือเกิดเหตุการณ์อันตรายจากสาร

ครอบครัวไม่ควรตัดสินความรุนแรงจากภาพภายนอกเพียงว่าอีกฝ่ายยังทำงานหรือเรียนได้หรือไม่ เพราะผู้ที่เริ่มพึ่งพาสารบางคนยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันบางส่วนได้ แต่ต้องใช้สารซ้ำเพื่อป้องกันอาการถอน

สัญญาณที่ควรให้ความสำคัญมากคือ จากเดิมที่ใช้เป็นครั้งคราวเริ่มกลายเป็นใช้หลายครั้งต่อวัน หรือเริ่มรู้สึกว่า “ถ้าไม่ใช้จะอยู่ไม่ได้” เพราะอาจหมายถึงร่างกายเริ่มเกิดการพึ่งพาแล้ว

ผลกระทบและอันตรายจาก GHB และ GBL มีอะไรบ้าง

อันตรายจาก GHB และ GBL สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ที่เพิ่งใช้และผู้ที่ใช้ต่อเนื่อง โดยความเสี่ยงสำคัญคือการหมดสติ การหายใจผิดปกติ อุบัติเหตุ และการเกิดการพึ่งพาสาร

หมดสติและปลุกไม่ตื่น

เมื่อได้รับ GHB หรือ GBL มากขึ้น การทำงานของสมองจะถูกกดมากขึ้น ผู้ใช้อาจง่วงอย่างมาก ไม่ตอบสนอง และหมดสติได้

หากผู้ใช้หมดสติ ไม่ควรคิดว่าเป็นเพียงการ “หลับจากฤทธิ์ยา” แล้วปล่อยให้อยู่ตามลำพัง เพราะอาจเกิดการหายใจผิดปกติหรืออาเจียนขณะไม่รู้สึกตัว ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการสำลัก

การหายใจช้าหรือผิดปกติ

เมื่อสารกดระบบประสาทมากเกินไป การควบคุมการหายใจอาจได้รับผลกระทบ ทำให้หายใจช้าลงหรือผิดปกติ

ความเสี่ยงจะสูงขึ้นหากใช้ GHB หรือ GBL ร่วมกับแอลกอฮอล์ ยานอนหลับ ยาคลายกังวล หรือสารอื่นที่กดระบบประสาท เพราะฤทธิ์ของสารเหล่านี้สามารถเสริมกันได้

หากพบว่าผู้ใช้หมดสติ ปลุกไม่ตื่น หายใจช้าหรือผิดปกติ ชัก สับสนรุนแรง หรืออาเจียนขณะไม่รู้สึกตัว ควรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินทันที ไม่ควรรอให้ฤทธิ์ของสารหมดเอง

ความจำขาดหาย

ผู้ใช้ GHB อาจจำเหตุการณ์ในช่วงที่สารออกฤทธิ์ไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อได้รับสารมากและระดับความรู้สึกตัวลดลง

ภาวะความจำขาดหายร่วมกับการควบคุมตัวเองและการตัดสินใจที่ลดลง สามารถทำให้ผู้ใช้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถปกป้องตนเองได้ตามปกติ

GHB ยังเคยถูกนำไปใช้กับผู้อื่นโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้หรือไม่ได้ยินยอม หากสงสัยว่าได้รับสารโดยไม่รู้ตัว ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและเข้ารับความช่วยเหลือทางการแพทย์โดยเร็ว

การติดและพึ่งพา GHB หรือ GBL

เมื่อใช้เป็นประจำ ผู้ใช้สามารถเกิดความทนต่อสารและการพึ่งพาได้ จากเดิมที่ใช้เป็นครั้งคราวอาจเพิ่มเป็นวันละหลายครั้ง และต้องใช้ซ้ำเมื่อฤทธิ์เริ่มหมดเพื่อไม่ให้เกิดอาการถอน

จุดนี้ทำให้เกิดวงจรที่หยุดได้ยาก เพราะเมื่อพยายามหยุด ผู้ใช้รู้สึกไม่สบายอย่างมาก จึงกลับไปใช้สารเพื่อทำให้อาการดีขึ้น เมื่อเกิดซ้ำหลายครั้งการใช้สารก็ยิ่งเข้ามาควบคุมกิจวัตรประจำวัน

อาการถอน GHB และ GBL อันตรายไหม

อาการถอน GHB และ GBL อาจเป็นอันตราย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้บ่อย ใช้หลายครั้งต่อวัน หรือใช้ต่อเนื่องจนร่างกายเกิดการพึ่งพา

อาการถอนที่อาจพบ ได้แก่

  • วิตกกังวลมาก

  • กระสับกระส่าย

  • นอนไม่หลับ

  • มือสั่นหรือตัวสั่น

  • เหงื่อออก

  • หัวใจเต้นเร็ว

  • ความดันโลหิตสูง

  • คลื่นไส้หรืออาเจียน

  • สับสน

  • หวาดระแวง

  • ประสาทหลอน เช่น เห็นหรือได้ยินสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

  • มีอาการทางจิต

  • ชัก

ในผู้ที่เกิดการพึ่งพามาก อาการถอนสามารถเริ่มเกิดขึ้นได้ค่อนข้างเร็วหลังหยุดหรือลดการใช้ และบางรายอาจมีอาการรุนแรงจนจำเป็นต้องได้รับการดูแลในโรงพยาบาล

ดังนั้น หากคนในครอบครัวใช้ GHB หรือ GBL หลายครั้งต่อวัน ตื่นกลางคืนเพื่อใช้สาร หรือเมื่อเว้นช่วงแล้วเริ่มมือสั่น กระสับกระส่าย วิตกกังวลและนอนไม่หลับ ไม่ควรเก็บสารทิ้งแล้วบังคับให้หยุดทันทีโดยไม่มีการประเมินทางการแพทย์

ผู้ที่เคยมีอาการถอนรุนแรง สับสน ประสาทหลอน ชัก หรือใช้แอลกอฮอล์และสารกดระบบประสาทชนิดอื่นร่วมด้วย ยิ่งควรได้รับการประเมินความเสี่ยงก่อนวางแผนหยุดสาร

การผ่านช่วงถอนอย่างปลอดภัยเป็นเพียงขั้นแรก เพราะหลังจากนั้นยังต้องรักษาความอยาก พฤติกรรมการใช้ สิ่งกระตุ้น และปัญหาที่ทำให้กลับไปใช้สารด้วย

การบำบัดและฟื้นฟูหลังผ่านช่วงถอน GHB และ GBL

หลังจากอาการทางร่างกายเริ่มคงที่ การรักษาควรค้นหาว่า GHB หรือ GBL เข้ามามีบทบาทในชีวิตของผู้ใช้ได้อย่างไร

บางคนเริ่มจากความอยากลอง บางคนใช้ในงานปาร์ตี้หรือกับกลุ่มเพื่อน บางคนใช้เพื่อผ่อนคลาย และบางคนมีรูปแบบการใช้ที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมทางเพศ นอกจากนี้บางคนอาจใช้เพื่อรับมือกับความเครียด ความวิตกกังวล ความเหงา หรือปัญหาการนอน

การพูดถึงเหตุผลเหล่านี้ควรทำโดยไม่ตัดสินหรือทำให้ผู้เข้ารับการรักษารู้สึกอับอาย เพราะยิ่งทีมรักษาเข้าใจสถานการณ์จริงที่ทำให้เกิดการใช้สารมากเท่าใด ก็ยิ่งสามารถวางแผนป้องกันการกลับไปใช้ซ้ำได้ตรงกับชีวิตจริงมากขึ้น

การฟื้นฟูอาจประกอบด้วยการบำบัดรายบุคคล การบำบัดแบบกลุ่ม การฝึกจัดการความอยาก การปรับความคิดและพฤติกรรม การจัดการความเครียด การปรับการนอน การออกกำลังกาย และการสร้างกิจวัตรประจำวันที่ไม่เชื่อมโยงกับการใช้สาร

หากผู้ใช้มีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล สมาธิสั้น ปัญหาการนอน หรือโรคร่วมทางจิตเวช ควรได้รับการประเมินและรักษาควบคู่กัน

เช่นเดียวกับผู้ที่ใช้ GHB หรือ GBL ร่วมกับแอลกอฮอล์ เคตามีน ยาไอซ์ ยานอนหลับ หรือสารชนิดอื่น ทีมรักษาจำเป็นต้องทราบข้อมูลทั้งหมด เพราะอาการและความเสี่ยงอาจเกิดจากสารมากกว่าหนึ่งชนิด

ป้องกันการกลับไปใช้ GHB และ GBL ซ้ำได้อย่างไร

การป้องกันการกลับไปใช้ซ้ำไม่ได้หมายถึงการพยายามอดทนกับความอยากเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดความอยากใช้สารของแต่ละคน

สิ่งกระตุ้นที่พบบ่อยอาจเป็น

  • กลุ่มเพื่อนที่เคยใช้สารด้วยกัน

  • งานปาร์ตี้หรือสถานบันเทิง

  • การดื่มแอลกอฮอล์

  • การใช้สารชนิดอื่น

  • กิจกรรมหรือสถานการณ์ทางเพศที่เคยเชื่อมโยงกับการใช้สาร

  • ความเครียดจากงานหรือความสัมพันธ์

  • ความวิตกกังวล

  • ความเหงาหรือความเบื่อ

  • ปัญหาการนอน

  • การยังติดต่อผู้ขายหรือเข้าถึงสารได้ง่าย

  • ความคิดว่า “ครั้งเดียวคงไม่เป็นไร”

  • ความคิดว่า “ตอนนี้เลิกมานานแล้ว น่าจะควบคุมได้”

เมื่อรู้สิ่งกระตุ้นแล้ว จึงสามารถเตรียมวิธีรับมือได้ เช่น หลีกเลี่ยงสถานการณ์เสี่ยงในช่วงแรก ปรับกลุ่มสังคม หาวิธีจัดการความเครียดแบบใหม่ และกำหนดว่าหากเกิดความอยากมากควรติดต่อใคร

หากเคยหยุดแล้วกลับไปใช้ซ้ำ ไม่ควรสรุปว่าผู้ใช้ไม่มีความตั้งใจหรือรักษาไม่ได้ แต่ควรย้อนกลับไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนกลับไปใช้ เพื่อปรับแผนการรักษาให้รองรับสถานการณ์นั้นได้ดีขึ้นในครั้งต่อไป

คนในครอบครัวติด GHB หรือ GBL แต่ไม่ยอมรับว่ามีปัญหา ควรทำอย่างไร

ผู้ใช้บางคนอาจบอกว่า “ใช้เฉพาะเวลาเที่ยว” “ไม่ได้ใช้ทุกวัน” หรือ “ยังทำงานได้ปกติ” ครอบครัวจึงอาจไม่รู้ว่าควรเริ่มพูดเรื่องการรักษาอย่างไร

การเริ่มต้นด้วยการกล่าวหาว่าอีกฝ่าย “ติดยาแล้ว” มักทำให้ผู้ใช้หันไปปกป้องตัวเองมากกว่าพิจารณาปัญหา

ครอบครัวสามารถเริ่มจากเหตุการณ์ที่เห็นจริง เช่น

“ช่วงหลังเห็นว่าใช้บ่อยขึ้น แล้วครั้งล่าสุดหมดสติจนปลุกยาก เลยเป็นห่วงว่าการใช้เริ่มอันตรายขึ้น”

จากนั้นอาจถามว่า “เคยตั้งใจหยุดแล้วกลับไปใช้อีกไหม” “เวลาไม่ได้ใช้มีอาการอะไรเกิดขึ้นบ้าง” หรือ “ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปอีกหกเดือน คิดว่าจะกระทบชีวิตด้านไหนบ้าง”

เป้าหมายไม่ใช่ทำให้อีกฝ่ายยอมรับคำว่า “ติดสาร” ในทันที แต่ช่วยให้เขาเริ่มเห็นความแตกต่างระหว่างสิ่งที่คิดว่าควบคุมได้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริง

หากผู้ใช้ต้องใช้หลายครั้งต่อวันหรือมีอาการถอนเมื่อเว้นช่วง ครอบครัวไม่ควรใช้วิธีเก็บสารทิ้งแล้วบังคับให้หยุดทันที เพราะอาการถอน GHB และ GBL อาจรุนแรงได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความปลอดภัยและวางแผนการรักษาก่อน

การบำบัด GHB และ GBL ที่ Day One Rehabilitation Center

การบำบัดผู้ที่มีปัญหาจาก GHB และ GBL ที่ Day One Rehabilitation Center เป็นการดูแลแบบอยู่ประจำ โดยเริ่มจากการประเมินชนิดของสาร รูปแบบการใช้ ความถี่ ระยะเวลาที่ใช้ ประวัติอาการถอน ประวัติหมดสติหรือเกิดอันตรายจากสาร รวมถึงสารชนิดอื่นที่ใช้ร่วมกัน

สำหรับ GHB และ GBL ความถี่ในการใช้เป็นข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้หลายครั้งต่อวัน ตื่นขึ้นมาเพื่อใช้สาร หรือเริ่มมีอาการถอนระหว่างช่วงที่ไม่ได้ใช้ เพราะอาจหมายถึงร่างกายเกิดการพึ่งพาสารแล้ว

ทีมรักษาจะประเมินสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิต รวมถึงความเสี่ยงจากอาการถอน หากพบว่ามีความเสี่ยงสูงหรือมีอาการที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์ในระดับที่สูงกว่า จะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการส่งต่อเพื่อรับการดูแลที่เหมาะสมก่อน

หลังจากอาการทางร่างกายเริ่มคงที่ การรักษาจะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู โดยมีการบำบัดรายบุคคลกับนักจิตบำบัด กิจกรรมกลุ่มบำบัด การประเมินอาการทางจิตเวช และการรักษาหรือปรับยาตามความเหมาะสมโดยจิตแพทย์ รวมถึงการดูแลอาหาร การพักผ่อน กิจวัตรประจำวัน และการออกกำลังกาย

การบำบัดแบบอยู่ประจำยังช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษาแยกออกจากแหล่งสาร ช่องทางติดต่อผู้ขาย กลุ่มเพื่อน และสถานการณ์เดิมที่เคยเชื่อมโยงกับการใช้ในช่วงแรก พร้อมมีเวลาฝึกจัดการความอยากและสร้างกิจวัตรใหม่ก่อนกลับไปใช้ชีวิตภายนอก

หากมีโรคร่วมทางจิตเวชหรือใช้สารหลายชนิด ทีมรักษาจะประเมินและดูแลปัญหาเหล่านั้นควบคู่กัน เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการทำให้หยุด GHB หรือ GBL แต่ช่วยให้ผู้เข้ารับการบำบัดเข้าใจวงจรการใช้สาร รู้จักสิ่งกระตุ้น และมีแผนรับมือเมื่อกลับเข้าสู่ชีวิตจริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ GHB และ GBL

GHB และ GBL เหมือนกันไหม

ไม่ใช่สารชนิดเดียวกัน แต่มีความเกี่ยวข้องกันมาก เพราะเมื่อ GBL เข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็น GHB อย่างรวดเร็ว ผลที่เกิดขึ้นต่อสมองและร่างกายจึงมีความคล้ายกัน

GHB และ GBL เสพติดได้ไหม

ได้ การใช้เป็นประจำสามารถทำให้ร่างกายเกิดความทนต่อสารและการพึ่งพา ผู้ใช้อาจต้องใช้บ่อยขึ้น และเมื่อเว้นช่วงหรือลดการใช้ก็เริ่มเกิดอาการถอน

อาการติด GHB หรือ GBL มีอะไรบ้าง

สัญญาณสำคัญ ได้แก่ ใช้บ่อยขึ้น ต้องใช้หลายครั้งต่อวัน มีความอยาก พยายามลดแล้วทำได้ยาก ใช้เพื่อป้องกันอาการถอน และยังใช้ต่อแม้เคยหมดสติหรือเกิดผลกระทบต่อสุขภาพ งาน หรือความสัมพันธ์

อาการถอน GHB และ GBL อันตรายไหม

อาจเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้บ่อยจนเกิดการพึ่งพาทางร่างกาย อาจมีอาการวิตกกังวลมาก กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ มือสั่น หัวใจเต้นเร็ว สับสน ประสาทหลอน หรือชัก ผู้ที่มีรูปแบบการใช้ดังกล่าวควรได้รับการประเมินก่อนหยุดสาร

ติด GHB หรือ GBL เลิกเองที่บ้านได้ไหม

หากใช้หลายครั้งต่อวัน มีอาการถอนเมื่อเว้นช่วง เคยถอนแล้วมีอาการรุนแรง หรือใช้แอลกอฮอล์ ยานอนหลับ หรือสารกดระบบประสาทชนิดอื่นร่วมด้วย ไม่ควรหยุดทันทีด้วยตนเอง ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์ก่อนเพื่อเลือกวิธีและสถานที่ดูแลที่ปลอดภัย

GHB ใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์อันตรายไหม

อันตรายเพิ่มขึ้น เพราะ GHB และแอลกอฮอล์ต่างมีฤทธิ์กดระบบประสาท เมื่อใช้ร่วมกันสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการง่วงซึมมาก หมดสติ และการหายใจผิดปกติได้

GHB ทำให้ความจำหายได้ไหม

ได้ ผู้ใช้อาจจำเหตุการณ์บางช่วงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อได้รับสารมากจนระดับความรู้สึกตัวลดลง หากมีอาการความจำขาดหายหรือหมดสติหลังใช้ ควรมองว่าเป็นสัญญาณความเสี่ยง ไม่ใช่ผลปกติที่ควรปล่อยผ่าน

เลิก GHB และ GBL ได้จริงหรือไม่

การฟื้นตัวเป็นไปได้ ผู้ที่มีการพึ่งพาทางร่างกายควรเริ่มจากการจัดการอาการถอนอย่างปลอดภัย จากนั้นจึงบำบัดความอยาก สิ่งกระตุ้น พฤติกรรมการใช้ และปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดร่วมกัน หากเคยหยุดแล้วกลับไปใช้ซ้ำก็ยังสามารถกลับเข้าสู่การรักษาและปรับแผนใหม่ได้

เริ่มต้นการรักษา GHB และ GBL ก่อนปัญหาจะรุนแรงขึ้น

ครอบครัวไม่จำเป็นต้องรอให้คนที่รักหมดสติ ชัก หรือเกิดเหตุการณ์รุนแรงก่อนจึงเริ่มขอความช่วยเหลือ หากเริ่มเห็นว่าใช้ GHB หรือ GBL บ่อยขึ้น ต้องใช้หลายครั้งต่อวัน มีอาการมือสั่น วิตกกังวล กระสับกระส่าย หรือนอนไม่หลับเมื่อเว้นช่วง พยายามลดแล้วทำไม่ได้ หรือเคยหมดสติจากสารแต่ยังกลับไปใช้ซ้ำ นั่นเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะเริ่มประเมินปัญหา

โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ถี่จนร่างกายเริ่มพึ่งพาสาร เป้าหมายแรกไม่ใช่การทำให้หยุดทันทีด้วยวิธีใดก็ได้ แต่คือการหยุดอย่างปลอดภัย หลังจากนั้นจึงจัดการกับความอยาก สิ่งกระตุ้น เหตุผลที่ทำให้ใช้สาร และโรคร่วมทางจิตเวช เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ต่อเนื่องเมื่อกลับไปใช้ชีวิตจริง

หากคนในครอบครัวยังไม่ยอมรับว่าตนเองมีปัญหา ครอบครัวสามารถเริ่มขอคำปรึกษาก่อนได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้อีกฝ่ายพร้อมเต็มที่หรือรอจนเกิดเหตุการณ์รุนแรง การมีข้อมูลที่ถูกต้องและวางวิธีพูดคุยอย่างเหมาะสมอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้ผู้ใช้เปิดใจเข้าสู่การรักษาได้ง่ายขึ้น

ปรึกษาการบำบัดGHB และ GBLกับเรา

ประเมินเบื้องต้นฟรี เป็นความลับ จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 - 17.00 น.