อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด และควบคุมอารมณ์ยาก เกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติดอย่างไร
เนื้อหาโดยทีมแพทย์ Day One Rehabilitation Center · ตรวจสอบโดย นพ.พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์)
หงุดหงิดง่าย อารมณ์ขึ้นลง โมโหรุนแรงกว่าปกติ ทะเลาะกับคนในครอบครัวบ่อย หรือควบคุมคำพูดและพฤติกรรมของตนเองได้ยาก เป็นอาการที่ครอบครัวของผู้ใช้สารเสพติดพบได้บ่อย บางคนดูเหมือนอารมณ์ดีในช่วงหนึ่ง แต่ไม่นานกลับหงุดหงิด ไม่อยากคุย หรือมีปฏิกิริยารุนแรงกับเรื่องเล็กน้อย
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ของสารโดยตรง เช่น ยาบ้า ไอซ์ แอลกอฮอล์ หรือกัญชา อาจเกิดในช่วงที่สารหมดฤทธิ์หรือกำลังถอนสาร หรืออาจมีปัญหาสุขภาพจิตอยู่เดิม เช่น โรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ โรควิตกกังวล โรคสมาธิสั้น PTSD หรือปัญหาการควบคุมอารมณ์บางรูปแบบ
ในอีกด้านหนึ่ง บางคนเริ่มใช้สารเพราะรู้สึกว่าช่วยให้ใจเย็น ลืมความเครียด กล้าพูดมากขึ้น หรือหยุดความคิดที่วุ่นวายได้ชั่วคราว แต่เมื่อใช้ซ้ำ สารอาจกลับทำให้การนอน อารมณ์ และความสามารถในการควบคุมตนเองแย่ลง จนสิ่งที่เคยใช้เพื่อ “ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น” กลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา
ครอบครัวจึงไม่ควรมองเพียงว่าเจ้าตัว “นิสัยเปลี่ยน” หรือ “ควบคุมตัวเองไม่ได้” แต่ควรดูว่าอารมณ์เปลี่ยนสัมพันธ์กับช่วงที่ใช้สาร ไม่ได้ใช้สาร การนอน ความเครียด และโรคทางจิตเวชอย่างไร เพราะการหาสาเหตุให้ชัดเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการรักษาและการป้องกันการกลับไปใช้สารซ้ำ
อารมณ์แปรปรวนจากสารเสพติดมีอาการอย่างไร
คำว่าอารมณ์แปรปรวนไม่ได้หมายถึงโรคใดโรคหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นอาการที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ ความเปลี่ยนแปลงที่ครอบครัวอาจสังเกตเห็น ได้แก่
-
หงุดหงิดหรือโมโหง่ายกว่าเดิม
-
อารมณ์เปลี่ยนเร็วและคาดเดาได้ยาก
-
ตอบสนองต่อเรื่องเล็กน้อยรุนแรงกว่าปกติ
-
ใจร้อน ตัดสินใจเร็ว หรือควบคุมคำพูดได้ยาก
-
ทะเลาะกับคนในครอบครัวหรือคู่รักบ่อยขึ้น
-
กระสับกระส่ายและอยู่นิ่งได้ยาก
-
นอนไม่หลับหรือนอนผิดเวลา
-
บางช่วงมีพลังมากผิดปกติ แต่บางช่วงหมดแรงและไม่อยากทำอะไร
-
แยกตัว ไม่อยากพูดคุย หรืออารมณ์ตกหลังสารหมดฤทธิ์
-
ใช้สารทันทีเมื่อโกรธ เครียด ผิดหวัง หรือทะเลาะกับใคร
-
ต้องใช้สารเพื่อให้รู้สึกสงบหรือรู้สึกว่า “กลับมาเป็นตัวเอง”
-
มีปัญหาการเรียน การทำงาน การเงิน หรือความสัมพันธ์จากการควบคุมอารมณ์และการใช้สาร
อาการเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นผลจากสารเสมอไป และไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีอารมณ์แปรปรวนทุกคนมีโรคทางจิตเวช การประเมินต้องดูทั้งช่วงเวลาของอาการ รูปแบบการใช้สาร การนอน และประวัติสุขภาพจิตเดิมร่วมกัน
ทำไมยาเสพติดจึงทำให้หงุดหงิดและควบคุมอารมณ์ยาก
สารแต่ละชนิดมีผลต่ออารมณ์แตกต่างกัน และอาการของคนคนเดียวกันก็สามารถเปลี่ยนไปตามช่วงที่สารกำลังออกฤทธิ์ สารเริ่มหมดฤทธิ์ หรือกำลังถอนสาร
ยาบ้าและไอซ์อาจทำให้ผู้ใช้ตื่นตัว มีพลัง พูดมาก กระสับกระส่าย และนอนน้อย ในบางคนอาจหงุดหงิด ใจร้อน หรือควบคุมพฤติกรรมได้ยากขึ้น หากใช้ต่อเนื่องและอดนอนหลายคืน ความสามารถในการตัดสินใจและควบคุมอารมณ์อาจลดลงมาก และอาจเกิดความหวาดระแวงหรืออาการทางจิตได้
เมื่อฤทธิ์ของสารกระตุ้นลดลง บางคนจะเข้าสู่ช่วงที่เหนื่อยมาก ไม่มีแรง อารมณ์ตก หงุดหงิด หรือไม่อยากทำอะไร ครอบครัวจึงอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงระหว่างช่วงที่ตื่นตัวมากกับช่วงที่หมดแรงอย่างชัดเจน
แอลกอฮอล์สามารถลดการยับยั้งชั่งใจ ทำให้บางคนพูดหรือทำสิ่งที่ปกติสามารถควบคุมไว้ได้ง่ายขึ้น เมื่อดื่มมากอาจเกิดการทะเลาะ ตัดสินใจเสี่ยง หรือควบคุมพฤติกรรมได้ยาก
ในผู้ที่ดื่มต่อเนื่องจนเกิดการพึ่งพา ช่วงที่ระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายลดลงอาจมีอาการหงุดหงิด วิตกกังวล มือสั่น เหงื่อออก และนอนไม่หลับ หากมีการพึ่งพาแอลกอฮอล์มาก การหยุดดื่มอย่างกะทันหันอาจเกิดภาวะถอนที่รุนแรงและควรได้รับการประเมินทางการแพทย์
กัญชาอาจทำให้บางคนรู้สึกผ่อนคลายในช่วงแรก แต่ผลแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนอาจวิตกกังวล หวาดระแวง หรือมีอารมณ์เปลี่ยนแปลง และเมื่อใช้เป็นประจำ การลดหรือหยุดอาจมีอาการหงุดหงิด นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย หรืออยากกลับไปใช้
นอกจากนี้ การใช้สารหลายชนิดร่วมกันทำให้รูปแบบอาการซับซ้อนขึ้น ครอบครัวจึงควรแจ้งข้อมูลการใช้สารทั้งหมดให้ทีมรักษาทราบ ไม่ใช่เฉพาะสารที่คิดว่าเป็นปัญหาหลัก
อารมณ์แปรปรวนเกิดจากยา หรือมีโรคทางจิตเวชร่วมด้วย
การหงุดหงิดหรืออารมณ์เปลี่ยนเร็วเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะบอกว่าเป็นโรคไบโพลาร์ โรคซึมเศร้า หรือโรคทางจิตเวชอื่น เพราะอาการคล้ายกันสามารถเกิดจากสาร การถอนสาร ความเครียด และการอดนอนได้
ทีมรักษาจะดูว่าอาการเริ่มตั้งแต่เมื่อใด เคยเกิดก่อนเริ่มใช้สารหรือไม่ เกิดเฉพาะช่วงใช้หรือหยุดสารหรือไม่ และในช่วงที่หยุดสารได้นาน อาการยังคงเกิดขึ้นหรือไม่
ตัวอย่างเช่น หากมีช่วงอารมณ์ดีหรือหงุดหงิดผิดปกติร่วมกับพลังงานสูงมาก นอนเพียงเล็กน้อยแต่ไม่รู้สึกง่วง พูดเร็ว ความคิดแล่นเร็ว มั่นใจในตนเองมากกว่าปกติ ใช้เงินหรือทำพฤติกรรมเสี่ยง อาจต้องประเมินโรคไบโพลาร์เพิ่มเติม ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพียง “อารมณ์เสียจากยา”
หากมีอารมณ์ตก เบื่อสิ่งที่เคยชอบ ไม่มีแรง รู้สึกสิ้นหวัง แยกตัว หรือมีความคิดและพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง ต้องประเมินโรคซึมเศร้าและความปลอดภัยร่วมด้วย
ผู้ที่มีโรคสมาธิสั้นอาจมีความหุนหันพลันแล่นและควบคุมอารมณ์ได้ยาก ขณะที่ผู้ที่มี PTSD อาจหงุดหงิด สะดุ้งง่าย และรู้สึกเหมือนต้องระวังภัยอยู่ตลอดเวลา
บางคนมีปัญหาการควบคุมอารมณ์และความสัมพันธ์มาตั้งแต่วัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ซึ่งอาจต้องประเมินรูปแบบบุคลิกภาพเพิ่มเติม
จึงเป็นไปได้ทั้งกรณีที่อารมณ์เปลี่ยนจากสารโดยตรง มีโรคทางจิตเวชอยู่ก่อนแล้วและใช้สารเพื่อรับมือกับอาการ หรือมีทั้งสองปัญหาเกิดขึ้นพร้อมกัน การติดตามอาการหลังหยุดสารจึงมีความสำคัญต่อการวินิจฉัย
ทำไมบางคนจึงใช้สารเพื่อควบคุมอารมณ์ และยิ่งใช้กลับยิ่งหยุดยาก
สำหรับบางคน การใช้สารไม่ได้เริ่มจากความต้องการความสนุก แต่อาจเริ่มจากการพยายามจัดการกับอารมณ์ที่รู้สึกว่าทนได้ยาก
บางคนดื่มเมื่อโกรธหรือเครียด เพราะรู้สึกว่าแอลกอฮอล์ช่วยให้ไม่คิดมาก บางคนใช้กัญชาเมื่อรู้สึกวุ่นวายเพราะต้องการให้ใจสงบ ขณะที่บางคนใช้สารกระตุ้นเมื่ออารมณ์ตกหรือหมดแรงเพราะต้องการกลับมารู้สึกมีพลัง
เมื่อสารทำให้อารมณ์เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เจ้าตัวอาจเริ่มเรียนรู้ว่าทุกครั้งที่รู้สึกไม่ดีสามารถใช้สารเพื่อเปลี่ยนความรู้สึกได้
คนหนึ่งอาจทะเลาะกับคู่รักแล้วรู้สึกโกรธและว่างเปล่า จึงออกไปใช้สารเพื่อให้หยุดคิด เมื่ออารมณ์เบาลงชั่วคราวก็เริ่มเชื่อว่าสารเป็นวิธีที่ทำให้ผ่านสถานการณ์เหล่านี้ได้ ครั้งต่อไปที่เกิดความขัดแย้งจึงกลับไปใช้วิธีเดิมง่ายขึ้น
เมื่อใช้บ่อยขึ้น ผลจากสาร การอดนอน ปัญหาการเงิน และความขัดแย้งที่ตามมาอาจทำให้อารมณ์ยิ่งไม่มั่นคงกว่าเดิม จากเดิมที่ใช้สารเพราะอารมณ์ไม่ดี จึงกลายเป็นทั้งอารมณ์ที่กระตุ้นการใช้สารและการใช้สารที่ทำให้อารมณ์ควบคุมได้ยากขึ้น
การรักษาจึงต้องช่วยให้เจ้าตัวมีวิธีรับมือกับอารมณ์ที่หลากหลาย ไม่ใช่เพียงบอกให้ “ใจเย็น” หรือ “หยุดคิดมาก”
รักษาอารมณ์แปรปรวนและการติดสารอย่างไร
การรักษาต้องเริ่มจากการหาว่าอารมณ์เปลี่ยนแปลงสัมพันธ์กับอะไร เพราะแนวทางสำหรับอาการจากสารอาจแตกต่างจากผู้ที่มีโรคทางอารมณ์เกิดร่วมกัน
ประเมินช่วงใช้สาร ช่วงถอนสาร และการนอน
ทีมรักษาจะสอบถามว่าสารชนิดใดถูกใช้ ใช้บ่อยเพียงใด ใช้ครั้งล่าสุดเมื่อใด อารมณ์เป็นอย่างไรในช่วงก่อนใช้ ระหว่างใช้ และหลังสารหมดฤทธิ์ รวมถึงรูปแบบการนอน
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าเจ้าตัวใช้สารเมื่ออารมณ์เปลี่ยน หรือสารเป็นสิ่งที่ทำให้อารมณ์เปลี่ยน หรือทั้งสองอย่างกำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน
หากมีการใช้แอลกอฮอล์ ยากดประสาท หรือสารที่มีความเสี่ยงต่ออาการถอนรุนแรง ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์ ไม่ควรหยุดเองโดยไม่ประเมินความเสี่ยง
ฝึกทักษะการควบคุมอารมณ์
การควบคุมอารมณ์ไม่ได้หมายความว่าต้องไม่โกรธ ไม่เศร้า หรือไม่เครียด แต่หมายถึงสามารถรับรู้อารมณ์เหล่านั้นและเลือกวิธีตอบสนองโดยไม่สร้างปัญหาเพิ่ม
การบำบัดอาจช่วยให้สังเกตสัญญาณก่อนอารมณ์รุนแรง เช่น เริ่มพูดเร็ว ใจเต้นแรง เกร็ง คิดวน หรืออยากเดินหนีทันที แล้วฝึกวิธีสร้างเวลาให้ตนเองก่อนตัดสินใจ
ผู้เข้ารับการรักษายังสามารถเรียนรู้ว่าความคิดแบบใดทำให้อารมณ์รุนแรงขึ้น เช่น การตีความว่าคนอื่นตั้งใจดูถูกหรือทอดทิ้ง และฝึกตรวจสอบสถานการณ์ก่อนตอบสนอง
รักษาปัญหาการใช้สารไปพร้อมกัน
หากสารกลายเป็นวิธีหลักในการจัดการอารมณ์ การรักษาต้องช่วยหาเหตุการณ์หรือความรู้สึกที่มักเกิดก่อนใช้สาร
สิ่งกระตุ้นอาจเป็นความเครียดจากงาน ความขัดแย้งกับครอบครัว ความเหงา ความเบื่อ ความรู้สึกผิด การถูกปฏิเสธ การนอนไม่พอ หรือการกลับไปพบกลุ่มเพื่อนเดิม
เมื่อรู้สิ่งกระตุ้น สามารถวางแผนรับมือก่อนถึงช่วงที่ความอยากรุนแรง เช่น ออกจากสถานการณ์ชั่วคราว ติดต่อคนที่ไว้ใจได้ ทำกิจกรรมที่ช่วยลดความตึงเครียด หรือใช้ทักษะที่ฝึกไว้ในการบำบัด
การพูดคุยเพื่อสร้างแรงจูงใจยังช่วยให้เจ้าตัวเห็นทั้งสิ่งที่รู้สึกว่าสารช่วยและผลเสียที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่เริ่มต้นจากการตำหนิหรือบังคับ
ใช้ยาเมื่อมีโรคทางจิตเวชหรืออาการที่มีข้อบ่งชี้
ไม่มียาชนิดเดียวที่ใช้รักษา “อารมณ์แปรปรวน” ได้ทุกกรณี การเลือกยาขึ้นอยู่กับสาเหตุ
หากพบโรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ โรควิตกกังวล อาการทางจิต หรือโรคอื่นร่วมด้วย จิตแพทย์จะพิจารณาการใช้ยาตามการวินิจฉัยและความเหมาะสมของแต่ละคน
ในผู้ที่มีประวัติการติดสาร ต้องพิจารณาความเสี่ยงของยาที่อาจเกิดการพึ่งพาหรือถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ด้วย จึงไม่ควรซื้อยาคลายกังวล ยานอนหลับ หรือยาทางจิตเวชมาใช้และปรับขนาดด้วยตนเอง
ครอบครัวควรรับมืออย่างไรเมื่อผู้ใช้สารหงุดหงิดและควบคุมอารมณ์ยาก
เมื่อเกิดการทะเลาะซ้ำๆ ครอบครัวอาจรู้สึกว่าต้องรีบพูดให้ผู้ป่วยเข้าใจทันที แต่ช่วงที่เจ้าตัวกำลังโกรธมาก มึนเมา หรือมีอาการถอน อาจไม่ใช่เวลาที่เหมาะสำหรับการพูดคุยเรื่องสำคัญ
ควรรอให้สถานการณ์สงบมากขึ้น แล้วพูดถึงสิ่งที่สังเกตได้แทนการติดป้าย เช่น “ช่วงหลังเวลานอนไม่พอและใช้ยา จะหงุดหงิดมากขึ้น แล้วเราทะเลาะกันบ่อย เราเป็นห่วงว่ามันกำลังกระทบทั้งสุขภาพและความสัมพันธ์”
หลีกเลี่ยงคำว่า “นิสัยเสีย” “เอาแต่ใจ” “ควบคุมตัวเองไม่ได้สักที” หรือการใช้ชื่อโรคเป็นคำตำหนิ เพราะมักทำให้เจ้าตัวตั้งรับและลดโอกาสในการพูดคุยเรื่องการรักษา
การเข้าใจอารมณ์ไม่ได้หมายความว่าต้องยอมรับทุกพฤติกรรม ครอบครัวยังคงต้องมีขอบเขตเรื่องการใช้สาร เงิน การทำลายทรัพย์สิน และพฤติกรรมที่ทำให้ผู้อื่นไม่ปลอดภัย
หากสถานการณ์เริ่มรุนแรง ไม่ควรรุมโต้เถียงหรือพยายามเอาชนะ ควรให้ความสำคัญกับการลดความตึงเครียดและความปลอดภัยก่อน
หากมีพฤติกรรมรุนแรงที่ควบคุมไม่ได้ อาการทางจิต สับสนมาก ไม่สามารถดูแลตนเอง หรือมีความคิดหรือพฤติกรรมทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น ควรได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วน
อารมณ์แปรปรวนร่วมกับการใช้สาร ควรเริ่มขอความช่วยเหลือที่ไหน
หากปัญหาหลักเป็นเรื่องอารมณ์ หงุดหงิดง่าย หรือควบคุมอารมณ์ยาก และมีการใช้แอลกอฮอล์ กัญชา หรือสารอื่นเพียงเป็นครั้งคราวโดยยังไม่มีรูปแบบการติดสารชัดเจน หรือผู้ป่วยยังไม่พร้อมเข้ารับการรักษาและครอบครัวต้องการคำแนะนำก่อน สามารถเริ่มต้นด้วยการมาปรึกษาที่ ปีติ คลินิก (Piti Clinic) คลินิกสุขภาพจิตของเรา บริเวณถนนประดิพัทธ์ ย่านสะพานควาย กรุงเทพฯ เพื่อประเมินปัญหาทางอารมณ์ การนอน โรคทางจิตเวชที่อาจเกิดร่วมกัน และความสัมพันธ์ระหว่างอาการกับการใช้สาร รวมถึงช่วยครอบครัววางแนวทางการพูดคุยและชักชวนผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม
แต่หากมีการใช้สารซ้ำ ควบคุมไม่ได้ ต้องใช้สารทุกครั้งที่เครียด โกรธ เศร้า หรือนอนไม่หลับ เพิ่มปริมาณหรือความถี่ขึ้น หยุดแล้วกลับไปใช้ใหม่หลายครั้ง มีอาการถอน หรือการใช้สารกระทบงาน การเงิน และความสัมพันธ์ ควรให้ความสำคัญกับการบำบัดการติดสารอย่างจริงจัง
โดยเฉพาะผู้ที่อารมณ์รุนแรงและความหุนหันพลันแล่นทำให้กลับไปใช้สารทันทีเมื่อเกิดปัญหา การบำบัดแบบอยู่ประจำสามารถช่วยสร้างระยะห่างจากสารและสิ่งกระตุ้นในช่วงแรก พร้อมประเมินว่าหลังหยุดสารและการนอนเริ่มคงที่แล้ว ยังมีปัญหาทางอารมณ์หรือโรคทางจิตเวชใดที่ต้องรักษาต่อหรือไม่
การบำบัดอารมณ์แปรปรวนและการติดสารที่ Day One Rehabilitation Center
สำหรับผู้ที่มีปัญหาการติดสารร่วมกับอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด หรือควบคุมอารมณ์ยาก Day One Rehabilitation Center ให้ความสำคัญกับการหาความสัมพันธ์ระหว่างอารมณ์ การใช้สาร การนอน และสิ่งกระตุ้นในชีวิตของแต่ละคน
การบำบัดแบบอยู่ประจำช่วยลดการเข้าถึงสารและสภาพแวดล้อมเดิมในช่วงแรก ทำให้สามารถติดตามได้ว่าเมื่อหยุดสารและเริ่มพักผ่อนอย่างเหมาะสมแล้ว อารมณ์เปลี่ยนไปอย่างไร
จิตแพทย์สามารถประเมินว่าความแปรปรวนของอารมณ์สัมพันธ์กับฤทธิ์ของสารหรืออาการถอน หรือมีโรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ โรควิตกกังวล โรคสมาธิสั้น PTSD อาการทางจิต หรือปัญหาทางจิตเวชอื่นเกิดร่วมด้วย และพิจารณาการใช้ยาตามข้อบ่งชี้
การบำบัดรายบุคคลช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษาเห็นรูปแบบของตนเอง เช่น ทุกครั้งที่ถูกตำหนิจะโกรธและอยากใช้สาร หรือทุกครั้งที่รู้สึกเครียดจากงานจะกลับไปดื่มเพื่อให้หยุดคิด เมื่อเห็นรูปแบบชัดขึ้นจึงสามารถฝึกวิธีตอบสนองแบบใหม่ก่อนกลับไปเผชิญสถานการณ์เดิม
กลุ่มบำบัดช่วยฝึกการรับฟัง การสื่อสาร การรับมือกับความเห็นที่แตกต่าง และการจัดการความขัดแย้งโดยไม่ต้องออกจากสถานการณ์ไปใช้สาร
การป้องกันการกลับไปใช้สารซ้ำยังต้องวางแผนสำหรับช่วงที่อารมณ์ไม่ดี เพราะเป้าหมายไม่ใช่ทำให้ผู้เข้ารับการรักษาไม่มีวันโกรธหรือเครียดอีก แต่ทำให้เมื่ออารมณ์เหล่านั้นเกิดขึ้น เจ้าตัวมีทางเลือกอื่นนอกจากการกลับไปใช้สาร
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอารมณ์แปรปรวนและการใช้สารเสพติด
หงุดหงิดง่ายหลังใช้ยาเสพติดเป็นเรื่องปกติหรือไม่
สารบางชนิดสามารถทำให้หงุดหงิด กระสับกระส่าย หรืออารมณ์เปลี่ยนได้ทั้งในช่วงออกฤทธิ์และช่วงหลังสารหมดฤทธิ์ แต่หากอาการรุนแรง เกิดซ้ำ หรือกระทบความปลอดภัยและชีวิตประจำวัน ควรได้รับการประเมิน ไม่ควรมองข้ามเพียงเพราะคิดว่าเป็นผลจากยา
อารมณ์แปรปรวนหมายความว่าเป็นโรคไบโพลาร์หรือไม่
ไม่เสมอไป โรคไบโพลาร์ไม่ได้หมายถึงอารมณ์ขึ้นลงทั่วไป การวินิจฉัยต้องดูรูปแบบอาการเป็นช่วงๆ ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของพลังงาน การนอน ความคิด และพฤติกรรม รวมถึงต้องแยกผลจากสารออกก่อน
ยาบ้าหรือไอซ์ทำให้โมโหง่ายได้ไหม
ได้ ยาบ้าและไอซ์สามารถทำให้ตื่นตัว กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ หงุดหงิด และควบคุมพฤติกรรมได้ยากขึ้นในบางคน โดยเฉพาะเมื่อใช้ต่อเนื่องหรืออดนอนมาก
ทำไมหลังหยุดยาบ้าจึงอารมณ์ตกและหงุดหงิด
หลังหยุดสารกระตุ้นบางคนอาจมีช่วงเหนื่อย ไม่มีแรง สมาธิลดลง นอนมาก อารมณ์ตก หรือหงุดหงิด อาการควรได้รับการติดตาม โดยเฉพาะหากรุนแรงหรือมีความคิดและพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง
กัญชาทำให้หงุดหงิดได้หรือไม่
ได้ โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้เป็นประจำแล้วลดหรือหยุด อาจพบความหงุดหงิด กระสับกระส่าย และปัญหาการนอน นอกจากนี้ผลของกัญชาขณะใช้ก็แตกต่างกันในแต่ละคน
ดื่มแอลกอฮอล์เวลาเครียดช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นหรือไม่
บางคนอาจรู้สึกผ่อนคลายในช่วงแรก แต่แอลกอฮอล์ไม่ได้แก้สาเหตุของความเครียด และเมื่อใช้เป็นวิธีหลักในการจัดการอารมณ์อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการพึ่งพา รวมถึงสร้างปัญหาการนอน การควบคุมพฤติกรรม และความสัมพันธ์
ควรคุยเรื่องการรักษาตอนผู้ป่วยกำลังโมโหหรือไม่
หากกำลังโกรธมาก มึนเมา หรือควบคุมตนเองได้ยาก ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยก่อน การพูดคุยเรื่องการรักษามักมีประโยชน์มากกว่าเมื่ออารมณ์สงบลงและสามารถรับฟังกันได้
ผู้ป่วยบอกว่าใช้สารเพราะคนในครอบครัวทำให้เครียด ควรตอบอย่างไร
สามารถยอมรับได้ว่าความขัดแย้งทำให้เขาเครียดจริง โดยไม่จำเป็นต้องยอมรับว่าการใช้สารเป็นทางออก อาจพูดถึงทั้งสองเรื่องแยกกัน คือครอบครัวพร้อมปรับวิธีสื่อสาร ขณะเดียวกันเจ้าตัวก็ต้องได้รับความช่วยเหลือในการหาวิธีจัดการความเครียดที่ไม่สร้างปัญหาเพิ่ม
อารมณ์แปรปรวนและติดสารต้องรักษาอะไรก่อน
ควรดูแลอย่างเชื่อมโยงกัน โดยเริ่มจากความปลอดภัย ภาวะมึนเมา อาการถอน และอาการทางจิตเวชรุนแรงก่อน จากนั้นจึงติดตามอารมณ์หลังหยุดสารเพื่อประเมินว่ามีโรคทางจิตเวชที่ต้องรักษาต่อหรือไม่ พร้อมบำบัดการติดสารและฝึกทักษะควบคุมอารมณ์ไปด้วยกัน
อารมณ์แปรปรวนร่วมกับการใช้สารจำเป็นต้องเข้าศูนย์บำบัดหรือไม่
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน หากปัญหาสุขภาพจิตเป็นปัญหาหลักและมีการใช้สารเพียงเป็นครั้งคราวโดยยังไม่มีลักษณะการติดสารชัดเจน สามารถเริ่มจากการประเมินสุขภาพจิตได้ แต่หากมีการใช้สารซ้ำ ควบคุมไม่ได้ ต้องพึ่งสารเพื่อจัดการอารมณ์ หยุดแล้วกลับไปใช้ใหม่ มีอาการถอน หรือความหุนหันพลันแล่นทำให้กลับไปใช้สารซ้ำ การบำบัดแบบอยู่ประจำที่ Day One Rehabilitation Center เป็นทางเลือกที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง
การควบคุมอารมณ์ไม่ใช่การห้ามตัวเองรู้สึก แต่คือการมีทางเลือกมากกว่าการใช้สาร
ความโกรธ ความเศร้า ความผิดหวัง ความเครียด และความหงุดหงิดเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การมีอารมณ์เหล่านี้ แต่อยู่ที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเจ้าตัวมีวิธีรับมืออย่างไร
สำหรับบางคน สารเสพติดกลายเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการเปลี่ยนความรู้สึก แต่ความสบายชั่วคราวอาจแลกมากับการนอนที่แย่ลง การควบคุมตนเองที่ลดลง ความขัดแย้ง และการพึ่งสารมากขึ้น จนท้ายที่สุดสารกลายเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อารมณ์ไม่มั่นคง
การรักษาจึงต้องมองทั้งสองด้านพร้อมกัน หากอารมณ์เปลี่ยนจากสาร ต้องช่วยให้ร่างกายและสมองฟื้นตัวจากการใช้สาร หากมีโรคทางจิตเวชอยู่เบื้องหลัง ต้องรักษาโรคนั้นอย่างเหมาะสม และหากเจ้าตัวเคยใช้สารเป็นเครื่องมือจัดการอารมณ์ ต้องช่วยสร้างทักษะใหม่ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงเมื่อกลับไปเจอความเครียดอีกครั้ง
ครอบครัวไม่จำเป็นต้องรอจนเกิดเหตุรุนแรงจึงขอความช่วยเหลือ หากเริ่มเห็นว่าอารมณ์ การนอน และการใช้สารกำลังเชื่อมโยงกัน หรือเจ้าตัวต้องพึ่งสารทุกครั้งที่เครียด โกรธ หรือรู้สึกไม่ไหว การประเมินและบำบัดตั้งแต่ช่วงนี้สามารถช่วยหยุดปัญหาก่อนที่วงจรการใช้สารและการควบคุมอารมณ์จะซับซ้อนมากขึ้น
