โทร 02-028-7775@dayoneไทย|EN
โลโก้ Day One Rehabilitation Centerศูนย์บำบัดยาเสพติด Day Oneสถานบำบัดยาเสพติด จ.นครนายก

บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า อาการติดนิโคติน ผลกระทบ และแนวทางการเลิก

เนื้อหาโดยทีมแพทย์ Day One Rehabilitation Center · ตรวจสอบโดย นพ.พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์)

บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ามีรูปแบบแตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากเลิกได้ยากคือ นิโคติน (Nicotine) ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อสมองและทำให้เกิดการเสพติด เมื่อใช้เป็นประจำ สมองจะปรับตัวจนเกิดความอยากและอาการถอนเมื่อไม่ได้รับนิโคติน เช่น หงุดหงิด กระสับกระส่าย ไม่มีสมาธิ หรือรู้สึกว่าต้องสูบจึงจะทำงานและใช้ชีวิตได้ตามปกติ

บุหรี่มวนมีอันตรายอย่างมากจากการเผาไหม้ยาสูบ ซึ่งทำให้เกิดสารพิษและสารก่อมะเร็งจำนวนมาก ส่วนบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีการเผาไหม้แบบบุหรี่มวน แต่ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย เพราะละอองที่สูดเข้าไปอาจมีนิโคติน อนุภาคขนาดเล็ก และสารเคมีอื่นๆ

การติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของนิสัยหรือความตั้งใจ แต่เกี่ยวข้องกับทั้งการพึ่งพานิโคตินและพฤติกรรมที่สมองเรียนรู้ซ้ำๆ การเข้าใจอาการติด อาการถอน วิธีใช้ยาช่วยเลิก และการจัดการสิ่งกระตุ้น จะช่วยให้การเลิกบุหรี่มีแผนและมีโอกาสทำได้ต่อเนื่องมากกว่าการพยายามอดทนเพียงอย่างเดียว

บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เสพติดได้อย่างไร

เมื่อนิโคตินเข้าสู่สมอง จะกระตุ้นระบบรางวัลและเกี่ยวข้องกับการหลั่งโดพามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกพึงพอใจและแรงจูงใจ เมื่อเกิดขึ้นซ้ำๆ สมองจะเริ่มเรียนรู้และเชื่อมการสูบเข้ากับกิจวัตรต่างๆ เช่น หลังตื่นนอน ดื่มกาแฟ หลังอาหาร ขับรถ พักจากงาน หรือเวลาเครียด

เมื่อใช้ต่อเนื่อง ร่างกายจะเกิดการพึ่งพานิโคติน เมื่อระดับนิโคตินลดลงจึงเกิดความอยาก หงุดหงิด หรือกระสับกระส่าย ทำให้กลับไปสูบเพื่อให้อาการเหล่านั้นลดลง

บุหรี่ไฟฟ้าอาจทำให้สังเกตปริมาณการใช้ได้ยากกว่าบุหรี่มวน เพราะบางคนหยิบพอตขึ้นมาสูบเป็นระยะตลอดทั้งวัน จนไม่รู้ว่าตนเองได้รับนิโคตินบ่อยเพียงใด

อาการติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า สังเกตได้อย่างไร

การติดนิโคตินไม่ได้วัดจากจำนวนมวนเพียงอย่างเดียว สัญญาณสำคัญคือความสามารถในการควบคุมการใช้และอาการที่เกิดขึ้นเมื่อไม่ได้สูบ เช่น

  • อยากสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าบ่อย

  • หลังตื่นนอนไม่นานก็ต้องการสูบ

  • หงุดหงิด กระสับกระส่าย หรือไม่มีสมาธิเมื่อไม่ได้สูบ

  • สูบมากหรือบ่อยกว่าที่ตั้งใจ

  • พยายามลดหรือเลิกหลายครั้งแต่กลับไปสูบอีก

  • ต้องพกบุหรี่หรือพอตติดตัวตลอด

  • สูบโดยอัตโนมัติระหว่างทำงาน ขับรถ หรือเล่นโทรศัพท์

  • รู้สึกว่าหลังอาหาร ดื่มกาแฟ หรือดื่มแอลกอฮอล์แล้วต้องสูบ

  • ใช้การสูบเพื่อจัดการความเครียดหรืออารมณ์

  • ยังคงสูบแม้เริ่มมีปัญหาสุขภาพ

หากเริ่มรู้สึกว่า “ไม่มีบุหรี่แล้วทำงานไม่ได้” หรือ “ไม่มีพอตแล้วหงุดหงิดมาก” ควรมองว่าอาจเป็นการพึ่งพานิโคติน ไม่ใช่เพียงความเคยชิน

ผลกระทบของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าต่อสุขภาพ

บุหรี่มวนไม่ได้มีอันตรายจากนิโคตินเพียงอย่างเดียว การเผาไหม้ยาสูบทำให้เกิดสารพิษและสารก่อมะเร็งจำนวนมาก การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งหลายชนิด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงทำให้ไอเรื้อรัง มีเสมหะ และเหนื่อยง่าย

ควันบุหรี่ยังส่งผลต่อคนรอบข้าง โดยเฉพาะเด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคหัวใจหรือโรคทางเดินหายใจ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าไม่มีระดับการสัมผัสควันบุหรี่มือสองที่ถือว่าปลอดภัย

ส่วนบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ปล่อยออกมาเป็นเพียง “ไอน้ำ” แต่เป็นละอองที่อาจมีนิโคติน อนุภาคขนาดเล็ก สารแต่งกลิ่น และสารเคมีอื่นๆ การไม่มีควันจากการเผาไหม้แบบบุหรี่มวนจึงไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ

โดยเฉพาะในวัยรุ่นและคนอายุน้อย นิโคตินเป็นเรื่องที่ควรระวัง เพราะสมองยังอยู่ระหว่างการพัฒนา และการเริ่มใช้นิโคตินตั้งแต่อายุน้อยสามารถนำไปสู่การพึ่งพาได้

อาการถอนนิโคตินหลังเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า

เมื่อผู้ที่ใช้เป็นประจำหยุดรับนิโคติน อาจเกิดอาการถอน เช่น

  • อยากสูบมาก

  • หงุดหงิดง่าย

  • กระสับกระส่าย

  • วิตกกังวล

  • สมาธิลดลง

  • อารมณ์ไม่ดี

  • นอนหลับยาก

  • รู้สึกเหนื่อยหรือไม่มีแรง

  • ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น

อาการถอนสามารถเริ่มภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังหยุด และมักชัดเจนในช่วงวันแรกๆ ก่อนค่อยๆ ลดลง อย่างไรก็ตาม ความอยากจากสิ่งกระตุ้น เช่น ความเครียด หลังอาหาร กาแฟ แอลกอฮอล์ หรือการเห็นคนอื่นสูบ อาจกลับมาเป็นช่วงๆ ได้อีกระยะหนึ่ง

อาการถอนนิโคตินโดยทั่วไปไม่ได้เป็นอันตรายรุนแรงแบบการถอนแอลกอฮอล์หรือสารบางชนิด แต่ความไม่สบายและความอยากสามารถทำให้กลับไปสูบได้ง่าย การมีแผนรักษาจึงช่วยได้มากกว่าการพยายามอดทนเพียงอย่างเดียว

การรักษาอาการติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า

การเลิกบุหรี่ไม่จำเป็นต้อง “หักดิบ” เพียงวิธีเดียว ปัจจุบันมีทั้งยาช่วยเลิกบุหรี่และการปรับพฤติกรรม ซึ่งสามารถเลือกใช้ตามระดับการติดนิโคตินและสุขภาพของแต่ละคน

นิโคตินทดแทน

การบำบัดด้วยนิโคตินทดแทน (Nicotine Replacement Therapy: NRT) ช่วยลดความอยากและอาการถอน โดยให้นิโคตินในรูปแบบที่ควบคุมได้โดยไม่ต้องรับควันและสารพิษจากการเผาไหม้ของบุหรี่

ตัวอย่างที่ใช้ ได้แก่ แผ่นแปะนิโคติน หมากฝรั่งนิโคติน และเม็ดอมนิโคติน บางคนอาจเหมาะกับการใช้แผ่นแปะเพื่อควบคุมความอยากตลอดวันร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่ออกฤทธิ์สั้นสำหรับช่วงที่ความอยากเกิดขึ้นมาก การเลือกชนิดและขนาดควรพิจารณาตามระดับการพึ่งพานิโคตินและคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์

ยาลดความอยากบุหรี่

วาเรนิคลีน (Varenicline) เป็นยาที่ช่วยลดความอยากและอาการถอนนิโคติน รวมถึงลดความรู้สึกพึงพอใจจากการสูบบุหรี่ จึงเป็นหนึ่งในยาที่ใช้ช่วยเลิกบุหรี่ในผู้ที่เหมาะสม

อีกทางเลือกคือบูโพรพิออน (Bupropion) ซึ่งสามารถช่วยลดความอยากและอาการระหว่างการหยุดนิโคตินได้ โดยยาชนิดนี้ไม่มีนิโคตินเป็นส่วนประกอบ

ยาทั้งสองชนิดไม่ได้เหมาะกับทุกคน จึงควรให้แพทย์ประเมินโรคประจำตัว ประวัติสุขภาพ และยาที่ใช้อยู่ก่อน ไม่ควรซื้อยาหรือใช้ยาของผู้อื่นด้วยตนเอง

สำหรับผู้ที่ติดบุหรี่ไฟฟ้า หากผลิตภัณฑ์มีนิโคตินก็สามารถประเมินและวางแผนรักษาการพึ่งพานิโคตินได้เช่นกัน โดยพิจารณาทั้งระดับนิโคติน ความถี่ในการสูบ อาการถอน และพฤติกรรมการหยิบพอตขึ้นมาสูบตลอดวัน

การปรับพฤติกรรมควรทำควบคู่กับยา

ยาอาจช่วยลดความอยาก แต่ยังต้องเปลี่ยนพฤติกรรมที่เชื่อมโยงกับการสูบ เช่น หากเคยสูบหลังอาหาร อาจเปลี่ยนเป็นเดินหรือแปรงฟัน หากสูบเมื่อเครียด ต้องหาวิธีจัดการความเครียดแบบใหม่ หรือหากดื่มแอลกอฮอล์แล้วกลับไปสูบทุกครั้ง อาจต้องลดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ในช่วงแรก

โดยทั่วไป การใช้ยาช่วยเลิกร่วมกับการให้คำปรึกษาและการปรับพฤติกรรมช่วยจัดการได้ทั้งอาการถอน ความอยาก และสิ่งกระตุ้น จึงครอบคลุมกว่าการพยายามเลิกด้วยความอดทนเพียงอย่างเดียว

ป้องกันการกลับไปสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าซ้ำได้อย่างไร

การป้องกันการกลับไปสูบซ้ำเริ่มจากการรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งกระตุ้นของตัวเอง เช่น

  • หลังอาหารหรือดื่มกาแฟ

  • ดื่มแอลกอฮอล์

  • อยู่กับเพื่อนที่สูบ

  • ขับรถหรือพักจากงาน

  • ความเครียดหรือความวิตกกังวล

  • ความเบื่อ

  • เห็นบุหรี่ พอต หรืออุปกรณ์สูบ

  • ความคิดว่า “มวนเดียวคงไม่เป็นไร”

ก่อนเริ่มเลิก การสังเกตว่าตัวเองสูบเมื่อใดและเกิดอะไรขึ้นก่อนสูบจะช่วยให้วางแผนได้ตรงจุด ช่วงแรกอาจต้องเก็บบุหรี่และพอตออกจากพื้นที่ใกล้ตัว ปรับกิจวัตร หลีกเลี่ยงสถานการณ์เสี่ยงบางอย่าง และเตรียมวิธีรับมือเมื่อเกิดความอยาก

หากเผลอกลับไปสูบ ไม่ควรคิดว่า “เลิกไม่ได้แล้ว” แล้วกลับไปสูบเหมือนเดิม ควรดูว่าอะไรเป็นสิ่งกระตุ้นในครั้งนั้นและปรับแผนเพื่อป้องกันเหตุการณ์เดิม

คนในครอบครัวติดบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า แต่ไม่อยากเลิก ควรทำอย่างไร

คนที่สูบมานานมักรู้อยู่แล้วว่าบุหรี่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ การพูดซ้ำว่า “สูบแล้วเป็นมะเร็ง” หรือ “ทำไมไม่เลิก” จึงไม่ได้ทำให้เกิดแรงจูงใจเสมอไป

ครอบครัวอาจเปลี่ยนเป็นการถามว่า “มีอะไรที่ชอบและไม่ชอบเกี่ยวกับการสูบบ้าง” “ถ้าเลิกได้ ชีวิตส่วนไหนจะดีขึ้น” หรือ “ครั้งก่อนที่ลองเลิก อะไรทำให้กลับไปสูบ”

คำถามเหล่านี้ช่วยให้อีกฝ่ายสำรวจเหตุผลของตนเองโดยไม่รู้สึกว่ากำลังถูกบังคับ

บางคนยังไม่พร้อมเลิกทันที แต่พร้อมเข้ารับการประเมินระดับการติดนิโคตินหรือพูดคุยเรื่องยาช่วยเลิกบุหรี่ การเริ่มจากก้าวเล็กๆ เช่น การเข้ารับคำปรึกษา ก็สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงได้

การบำบัดการติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าที่ Day One Rehabilitation Center

ไม่ใช่ทุกคนที่ติดบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าจำเป็นต้องเข้ารับการบำบัดแบบอยู่ประจำ ผู้ที่ติดนิโคตินเพียงอย่างเดียวจำนวนมากสามารถเริ่มจากการประเมิน วางแผนเลิก ใช้ยาช่วยตามความเหมาะสม และปรับพฤติกรรมแบบผู้ป่วยนอกได้

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ใช้บุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าร่วมกับแอลกอฮอล์ กัญชา ยาบ้า ยาไอซ์ เคตามีน หรือสารอื่น รวมถึงผู้ที่มีโรคร่วมทางจิตเวช อาจต้องประเมินและรักษาปัญหาทั้งหมดควบคู่กัน

ที่ Day One Rehabilitation Center ผู้เข้ารับการบำบัดแบบอยู่ประจำจะไม่สามารถนำบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ามาใช้ภายในศูนย์ ทีมรักษาจะประเมินการพึ่งพานิโคติน อาการถอน สุขภาพจิต และการใช้สารอื่น พร้อมพิจารณาการดูแลอาการและยาตามความเหมาะสมของแต่ละราย

โปรแกรมยังประกอบด้วยการบำบัดรายบุคคล กลุ่มบำบัด การประเมินโดยจิตแพทย์ การจัดกิจวัตร การออกกำลังกาย และการฝึกจัดการความอยากและสิ่งกระตุ้น เป้าหมายไม่ใช่เพียงการหยุดสูบระหว่างอยู่ศูนย์ แต่เตรียมให้ผู้เข้ารับการบำบัดสามารถกลับไปพบความเครียด เพื่อน วงสังคม และสถานการณ์เดิมโดยมีวิธีรับมือที่ไม่ต้องพึ่งนิโคตินหรือสารอื่น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า

บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าทำให้ติดเพราะอะไร

สารสำคัญคือนิโคติน ซึ่งออกฤทธิ์ต่อระบบรางวัลของสมอง เมื่อใช้ซ้ำจะเกิดความอยาก การพึ่งพา และอาการถอนเมื่อหยุด นอกจากนี้สมองยังเรียนรู้ที่จะเชื่อมการสูบเข้ากับกิจกรรมและอารมณ์ต่างๆ

บุหรี่ไฟฟ้าทำให้ติดได้จริงไหม

ได้ หากมีนิโคตินก็สามารถทำให้เกิดการพึ่งพาได้ โดยเฉพาะผู้ที่หยิบขึ้นมาสูบเป็นระยะตลอดทั้งวันอาจได้รับนิโคตินซ้ำบ่อยโดยไม่รู้ตัว

บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่มวนไหม

บุหรี่มวนมีอันตรายอย่างมากจากการเผาไหม้ยาสูบ ส่วนบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีการเผาไหม้แบบเดียวกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย ละอองสามารถมีนิโคตินและสารอื่นที่เป็นอันตรายได้ ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่อยู่แล้วไม่ควรเริ่มใช้บุหรี่ไฟฟ้า

เลิกบุหรี่ทันทีอันตรายไหม

สำหรับคนส่วนใหญ่ การหยุดนิโคตินทันทีไม่ได้ทำให้เกิดอาการถอนที่เป็นอันตรายต่อชีวิต แต่อาจมีความอยาก หงุดหงิด กระสับกระส่าย และสมาธิลดลงมาก การใช้ตัวช่วยที่เหมาะสมสามารถทำให้ผ่านช่วงนี้ได้ง่ายขึ้น

นิโคตินทดแทนช่วยเลิกบุหรี่ได้อย่างไร

นิโคตินทดแทนช่วยลดความอยากและอาการถอนโดยให้นิโคตินในรูปแบบที่ควบคุมได้ โดยไม่ต้องสูดควันจากการเผาไหม้ของบุหรี่ ตัวอย่างเช่น แผ่นแปะ หมากฝรั่ง และเม็ดอมนิโคติน

มียาลดความอยากบุหรี่หรือไม่

มี เช่น วาเรนิคลีนและบูโพรพิออน ซึ่งแพทย์สามารถพิจารณาตามความเหมาะสม ยาเหล่านี้ช่วยลดความอยากหรืออาการถอน แต่มีข้อควรระวังและไม่ได้เหมาะกับทุกคน จึงควรได้รับการประเมินก่อนใช้

เคยเลิกแล้วกลับมาสูบ แปลว่าเลิกไม่ได้หรือไม่

ไม่ใช่ การกลับไปสูบช่วยให้เห็นว่าสิ่งกระตุ้นใดยังไม่ได้รับการจัดการ เช่น ความเครียด แอลกอฮอล์ กลุ่มเพื่อน หรืออาการถอน จากนั้นสามารถปรับแผนและเริ่มเลิกใหม่ได้

ติดบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าต้องเข้าศูนย์บำบัดไหม

ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน หากมีปัญหาติดบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นหลัก และยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ การรักษาแบบผู้ป่วยนอกอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม โดยสามารถเข้ารับการประเมินระดับการติดนิโคติน วางแผนเลิกบุหรี่ รวมถึงพิจารณานิโคตินทดแทนหรือยาลดความอยากตามความเหมาะสม

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ สามารถเข้ารับการประเมินและรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ที่ ปีติ คลินิก (Piti Clinic) ซึ่งเป็นคลินิกสุขภาพจิตของเรา ตั้งอยู่บริเวณถนนประดิพัทธ์ ย่านสะพานควาย กรุงเทพฯ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาจิตแพทย์และวางแผนเลิกบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าโดยไม่จำเป็นต้องพักรักษาตัวในศูนย์

ส่วนการบำบัดแบบอยู่ประจำที่ Day One Rehabilitation Center อาจเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาซับซ้อนมากขึ้น เช่น ใช้บุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าร่วมกับแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดหลายชนิด มีโรคร่วมทางจิตเวช หรือกลับไปใช้สารซ้ำจนต้องการสภาพแวดล้อมที่ช่วยแยกออกจากสิ่งกระตุ้นและมีโปรแกรมฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ

การเลือกรักษาแบบผู้ป่วยนอกที่**ปีติ คลินิก (Piti Clinic)** หรือการบำบัดแบบอยู่ประจำที่ Day One จึงขึ้นอยู่กับระดับการติดนิโคติน การใช้สารอื่นร่วมด้วย สุขภาพจิต และผลกระทบต่อชีวิตของแต่ละคน หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มรักษาแบบใด สามารถเริ่มจากการประเมินปัญหาก่อนแล้วจึงเลือกแนวทางที่เหมาะสม

เริ่มเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ต้องรอให้เกิดโรคก่อน

ไม่จำเป็นต้องรอให้เริ่มไอ เหนื่อยง่าย หรือได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคก่อนจึงคิดเรื่องเลิก การหยุดสูบมีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่ว่าจะสูบมานานเพียงใด และยิ่งเริ่มเร็วก็ยิ่งลดการได้รับสารพิษต่อเนื่อง

หากเคยพยายามเลิกแล้วไม่สำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความตั้งใจ เพราะการติดนิโคตินเกี่ยวข้องทั้งกับสมอง อาการถอน ความอยาก และกิจวัตรที่ทำซ้ำมานาน ครั้งต่อไปอาจไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเดิม แต่สามารถเพิ่มการให้คำปรึกษา นิโคตินทดแทน ยาลดความอยาก หรือการบำบัดพฤติกรรมตามความเหมาะสม

สำหรับครอบครัว หากคนใกล้ชิดยังไม่พร้อมเลิก การช่วยให้เขาเห็นเหตุผลของตัวเองในการเปลี่ยนแปลงมักมีประโยชน์กว่าการตำหนิ และหากบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของการใช้สารหลายชนิด การเข้ารับการประเมินอย่างครบถ้วนจะช่วยวางแผนรักษาทั้งการติดนิโคติน สุขภาพจิต และปัญหาการใช้สารอื่นไปพร้อมกัน

ปรึกษาการบำบัดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ากับเรา

ประเมินเบื้องต้นฟรี เป็นความลับ จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 - 17.00 น.