โทร 02-028-7775@dayoneไทย|EN
โลโก้ Day One Rehabilitation Centerศูนย์บำบัดยาเสพติด Day Oneสถานบำบัดยาเสพติด จ.นครนายก

โคเคน อาการ ผลกระทบ และแนวทางการบำบัดรักษา

เนื้อหาโดยทีมแพทย์ Day One Rehabilitation Center · ตรวจสอบโดย นพ.พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์)

โคเคน (Cocaine) เป็นสารเสพติดกลุ่มกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ผู้ใช้มักรู้สึกตื่นตัว มีพลัง มั่นใจ และอารมณ์ดีขึ้นในช่วงที่สารออกฤทธิ์ แต่ความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว เมื่อฤทธิ์ของสารลดลงอาจตามมาด้วยความเหนื่อยล้า อารมณ์ตก หงุดหงิด หรือเกิดความอยากกลับไปใช้โคเคนอีก วงจรเช่นนี้สามารถเกิดซ้ำและค่อยๆ พัฒนาเป็นปัญหาการเสพติดได้

คนที่มีปัญหาติดโคเคนไม่ได้จำเป็นต้องมีภาพของคนที่ใช้สารเสพติดอย่างหนักเสมอไป บางคนยังทำงาน เข้าสังคม และดูแลชีวิตประจำวันได้ แต่เริ่มรู้สึกว่าต้องใช้โคเคนเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ทำงานต่อเนื่อง เข้าสังคม หรือทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น ครอบครัวจึงอาจสังเกตปัญหาได้ยากในช่วงแรก การเข้าใจว่าโคเคนออกฤทธิ์อย่างไร อาการติดโคเคนมีลักษณะแบบไหน และการรักษาตั้งแต่ช่วงถอนพิษไปจนถึงการป้องกันการกลับไปเสพซ้ำทำอย่างไร จะช่วยให้มองเห็นปัญหาและเริ่มขอความช่วยเหลือได้เร็วขึ้น

โคเคนคืออะไร และส่งผลต่อสมองอย่างไร

โคเคนเป็นสารกระตุ้นที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางและระบบรางวัลของสมอง หลังใช้ ผู้ใช้อาจรู้สึกตื่นตัว กระฉับกระเฉง มีพลัง รู้สึกมั่นใจ และต้องการเข้าสังคมมากขึ้น แต่ผลที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายความว่าสมองมีพลังเพิ่มขึ้นอย่างปลอดภัย เพราะในขณะเดียวกันร่างกายและระบบประสาทกำลังถูกกระตุ้นอย่างมาก

เมื่อสมองได้รับประสบการณ์จากโคเคนซ้ำๆ สมองสามารถเรียนรู้และจดจำว่าสารชนิดนี้เชื่อมโยงกับความรู้สึกพึงพอใจหรือการหลีกหนีความรู้สึกที่ไม่ต้องการได้ สถานที่ คน กิจกรรม หรืออารมณ์บางอย่างจึงสามารถกลายเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดความอยากโคเคนในภายหลัง

ตัวอย่างเช่น คนหนึ่งอาจเริ่มใช้โคเคนเมื่อออกไปสังสรรค์ แต่เมื่อใช้ซ้ำเป็นเวลานาน เพียงการกลับไปสถานที่เดิม พบกลุ่มเพื่อนเดิม หรือดื่มแอลกอฮอล์ก็อาจกระตุ้นให้นึกถึงโคเคนและเกิดความอยากใช้ขึ้นมาได้

บางคนอาจใช้โคเคนเพื่อรับมือกับการทำงานที่ยาวนาน ความเหนื่อยล้า ความเครียด หรือความไม่มั่นใจเมื่อต้องเข้าสังคม เมื่อเกิดความเชื่อว่า “ถ้าไม่มีโคเคนจะทำงานไม่ได้” หรือ “ต้องใช้ถึงจะมั่นใจ” การหยุดใช้จึงยากขึ้น เพราะการรักษาต้องจัดการทั้งความอยากสารและเหตุผลทางจิตใจที่ทำให้ยังต้องพึ่งโคเคนด้วย

อาการของผู้ที่ใช้หรือติดโคเคน สังเกตได้อย่างไร

อาการของผู้ใช้โคเคนแตกต่างกันตามปริมาณ ความถี่ ระยะเวลาที่ใช้ วิธีการใช้ สุขภาพร่างกายและจิตใจ รวมถึงการใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติดชนิดอื่นร่วมกัน ครอบครัวจึงควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงหลายด้านประกอบกัน

อาการและพฤติกรรมที่อาจพบ ได้แก่

  • ตื่นตัวหรือมีพลังมากกว่าปกติ

  • พูดมากหรือพูดเร็วขึ้น

  • กระสับกระส่ายและนอนน้อยลง

  • ดูมั่นใจหรือกล้าแสดงออกมากผิดไปจากเดิม

  • หงุดหงิดหรืออารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย

  • มีความอยากใช้โคเคน

  • ใช้บ่อยหรือใช้ในปริมาณมากขึ้น

  • ตั้งใจว่าจะลดหรือหยุดแต่ทำได้ยาก

  • ใช้เวลาหรือเงินไปกับการหาสารและการใช้สารมากขึ้น

  • การเรียน การทำงาน หรือความสัมพันธ์เริ่มได้รับผลกระทบ

  • ยังคงใช้ต่อแม้รู้ว่าโคเคนกำลังสร้างปัญหา

  • มีความวิตกกังวลหรือหวาดระแวงมากขึ้น

สัญญาณสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าใช้โคเคน “บ่อยแค่ไหน” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่าผู้ใช้เริ่มสูญเสียความสามารถในการควบคุมการใช้หรือไม่ และการใช้สารกำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้นเพียงใด

บางคนอาจไม่ได้ใช้ทุกวัน แต่ทุกครั้งที่เข้าสังคม ดื่มแอลกอฮอล์ เครียดจากงาน หรืออยู่กับกลุ่มเพื่อนบางกลุ่มจะกลับไปใช้โคเคนซ้ำ รูปแบบเช่นนี้ก็สามารถเป็นปัญหาที่ควรได้รับการประเมินได้

ผลกระทบและอันตรายจากโคเคนมีอะไรบ้าง

โคเคนสามารถส่งผลทั้งต่อร่างกาย สมอง อารมณ์ และพฤติกรรม เนื่องจากเป็นสารกระตุ้น ผู้ใช้อาจมีหัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูงขึ้น กระสับกระส่าย วิตกกังวล หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้นตามปริมาณ รูปแบบการใช้ สุขภาพเดิม และสารชนิดอื่นที่ใช้ร่วมกัน

ในด้านสุขภาพจิต ผู้ใช้บางคนอาจมีความวิตกกังวล หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน หรือหวาดระแวง โดยเฉพาะเมื่อใช้ในปริมาณมากหรือใช้ต่อเนื่อง หากเกิดความสับสน อาการทางจิตรุนแรง หรือพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตราย ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์

ผลกระทบอีกด้านหนึ่งที่ครอบครัวอาจเห็นชัดกว่าปัญหาทางร่างกายคือการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต การใช้เงินกับโคเคนมากขึ้น การกลับบ้านไม่เป็นเวลา การนอนผิดปกติ การทำงานที่เริ่มขึ้นอยู่กับสาร หรือการเข้าสังคมที่มีการใช้โคเคนเป็นส่วนสำคัญ

การใช้สารหลายชนิดร่วมกันยิ่งทำให้การประเมินความเสี่ยงซับซ้อนขึ้น คนที่ใช้โคเคนอาจใช้แอลกอฮอล์หรือสารชนิดอื่นในสถานการณ์เดียวกัน การเข้ารับการรักษาจึงควรบอกทีมรักษาตามจริงว่ามีการใช้สารอะไรบ้าง ไม่ควรประเมินเฉพาะโคเคนเพียงชนิดเดียว

หากหลังใช้โคเคนมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ชัก หมดสติ สับสนอย่างมาก หรือมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น ควรได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินทันที

การถอนพิษโคเคน และดูแลอาการหลังหยุดสาร

เมื่อคนที่ใช้โคเคนต่อเนื่องหยุดใช้ อาจเกิดอาการถอนสารกระตุ้น ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากช่วงที่โคเคนกำลังออกฤทธิ์ จากเดิมที่เคยตื่นตัวและมีพลัง ผู้ใช้บางคนอาจรู้สึกเหนื่อยมาก ไม่มีแรง อารมณ์ตก นอนผิดปกติ และมีความอยากกลับไปใช้สาร

อาการที่อาจพบหลังหยุดโคเคน ได้แก่

  • เหนื่อยล้าหรือไม่มีแรง

  • นอนมากขึ้นหรือนอนผิดปกติ

  • อารมณ์ตกหรือรู้สึกไม่มีความสุข

  • หงุดหงิดหรือกระสับกระส่าย

  • สมาธิลดลง

  • ความอยากโคเคน

  • รู้สึกไม่อยากทำกิจกรรมที่เคยทำ

  • อารมณ์และแรงจูงใจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

การดูแลช่วงถอนโคเคนจึงมักให้ความสำคัญกับการพักผ่อน โภชนาการ การนอน การประเมินอารมณ์และอาการทางจิต รวมถึงการเฝ้าระวังความอยากสาร ในปัจจุบันยังไม่มียาที่ได้รับการยอมรับให้เป็นยาจำเพาะสำหรับรักษาอาการถอนจากสารกระตุ้นทุกคน การดูแลจึงเน้นการรักษาตามอาการและการสนับสนุนร่วมกับการบำบัดทางจิตใจ

สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคืออารมณ์ที่ตกลงหลังหยุดสาร ผู้ใช้บางรายอาจมีภาวะซึมเศร้าหรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง จึงไม่ควรมองว่าเป็นเพียงอาการเหนื่อยหลังหยุดยา หากมีอารมณ์ตกอย่างมาก มีความคิดทำร้ายตัวเอง หรือมีอาการทางจิต ควรได้รับการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว

การถอนพิษจึงเป็นเพียงช่วงเริ่มต้นของการรักษา เพราะแม้อาการทางร่างกายและอารมณ์ในช่วงแรกจะดีขึ้น ความอยากโคเคนและความเชื่อมโยงระหว่างสารกับสิ่งกระตุ้นต่างๆ ยังสามารถคงอยู่และทำให้กลับไปใช้ซ้ำได้

การบำบัดและฟื้นฟูหลังผ่านช่วงถอนพิษ

หลังจากอาการช่วงถอนสารเริ่มคงที่ เป้าหมายของการบำบัดจะเปลี่ยนจากการดูแลอาการเฉียบพลันไปสู่การค้นหาว่าอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการใช้โคเคน และจะสร้างวิธีรับมือแบบใหม่ได้อย่างไร

การบำบัดทางจิตใจและพฤติกรรมมีบทบาทสำคัญในการรักษาปัญหาการใช้โคเคน โดยเฉพาะการช่วยให้ผู้เข้ารับการบำบัดเข้าใจความคิด ความรู้สึก สถานการณ์ และพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการใช้สาร แนวทางการบำบัดความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy: CBT) สามารถนำมาใช้เพื่อค้นหาและปรับความเชื่อ เช่น ต้องใช้โคเคนจึงจะทำงานได้ดี ต้องใช้จึงจะเข้าสังคมได้ หรือโคเคนเป็นวิธีเดียวที่ช่วยรับมือกับความเครียด

ขณะเดียวกัน การเสริมสร้างแรงจูงใจก็มีความสำคัญ เพราะผู้ที่ใช้โคเคนบางคนอาจมองเห็นผลเสียแล้ว แต่ยังลังเลที่จะหยุด การบำบัดจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการตำหนิหรือพยายามเอาชนะ แต่ช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นว่าการใช้โคเคนกำลังสอดคล้องหรือขัดแย้งกับชีวิตที่ตนเองต้องการอย่างไร

การฟื้นฟูยังต้องสร้างทางเลือกใหม่ให้กับสิ่งที่โคเคนเคยทำหน้าที่อยู่ เช่น หากเคยใช้เพื่อทำงานต่อเนื่อง อาจต้องกลับมาจัดการเรื่องการพักผ่อนและสมดุลชีวิต หากใช้เพื่อเข้าสังคม อาจต้องฝึกความมั่นใจและสร้างสังคมที่ไม่พึ่งสาร หากใช้เพื่อรับมือความเครียด ก็ต้องพัฒนาวิธีจัดการความเครียดแบบอื่นที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ปัจจุบันการรักษาความผิดปกติจากการใช้โคเคนยังให้ความสำคัญกับการบำบัดทางจิตสังคมเป็นหลัก และการใช้ยาเฉพาะทางต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรซื้อยาหรือทดลองใช้ยาเพื่อเลิกโคเคนด้วยตนเอง

ป้องกันการกลับไปเสพโคเคนซ้ำได้อย่างไร

ความอยากโคเคนสามารถถูกกระตุ้นจากทั้งสิ่งแวดล้อมและอารมณ์ภายใน การป้องกันการกลับไปเสพซ้ำจึงควรเริ่มตั้งแต่ระหว่างการบำบัด โดยค้นหาให้ได้ว่าสถานการณ์ใดมีความเสี่ยงสูงสำหรับแต่ละคน

ตัวกระตุ้นอาจเป็นกลุ่มเพื่อน สถานที่สังสรรค์ การดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียดจากงาน ความเหนื่อยล้า ความเหงา หรือความคิดว่าตนเองจำเป็นต้องใช้โคเคนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานหรือความมั่นใจในการเข้าสังคม

เมื่อรู้สิ่งกระตุ้นแล้ว ขั้นต่อไปคือการวางแผนรับมือ เช่น หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงในช่วงแรก เปลี่ยนรูปแบบการเข้าสังคม สร้างกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับสาร ฝึกรับมือกับความอยาก และกำหนดว่าจะติดต่อใครเมื่อเริ่มรู้สึกว่าตนเองกำลังจะกลับไปใช้

การติดตามรักษาอย่างต่อเนื่องมีความสำคัญเช่นกัน เพราะความเสี่ยงไม่ได้หายไปทันทีเมื่อหยุดโคเคน การทบทวนเป้าหมาย ประเมินสิ่งกระตุ้น และปรับแผนป้องกันการกลับไปใช้ซ้ำตามสถานการณ์จริง ช่วยให้การฟื้นตัวมีความต่อเนื่องมากขึ้น

หากเคยกลับไปใช้โคเคนอีกหลังจากหยุดไปแล้ว ไม่ควรใช้เหตุการณ์นั้นเป็นหลักฐานว่าการรักษาล้มเหลว แต่ควรกลับมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนใช้สาร มีสัญญาณเตือนอะไรที่มองข้ามไป และครั้งต่อไปสามารถจัดการสถานการณ์นั้นแตกต่างจากเดิมอย่างไร

คนในครอบครัวติดโคเคน แต่ไม่ยอมรับว่ามีปัญหา ควรทำอย่างไร

การติดโคเคนอาจสังเกตได้ยากในคนที่ยังทำงาน มีรายได้ และดูแลหน้าที่บางอย่างได้ เจ้าตัวจึงอาจคิดว่าตนเองยังควบคุมการใช้ได้ และไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมต้องเข้ารับการรักษา

ครอบครัวไม่จำเป็นต้องเริ่มการสนทนาด้วยการพยายามพิสูจน์ว่าอีกฝ่าย “ติดโคเคน” แต่สามารถเริ่มจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง เช่น ใช้เงินมากขึ้น นอนไม่เป็นเวลา อารมณ์เปลี่ยน งานเริ่มได้รับผลกระทบ หรือไม่สามารถเข้าสังคมโดยไม่ใช้สารได้เหมือนเดิม

แทนที่จะถามว่า “ทำไมไม่เลิกสักที” อาจชวนให้อีกฝ่ายคิดว่าในช่วงที่ผ่านมาโคเคนทำให้ชีวิตดีขึ้นและแย่ลงอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ตรงกับชีวิตที่เขาต้องการหรือไม่ และหากสถานการณ์ดำเนินต่อไปอีกหลายเดือนจะเกิดผลอย่างไร

การสนทนาเช่นนี้ช่วยเปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้เริ่มมองเห็นเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงด้วยตนเองมากกว่าการถูกบังคับให้ยอมรับ หากครอบครัวพูดคุยหลายครั้งแล้วยังไม่สามารถพาเข้าสู่การรักษา หรือสถานการณ์เริ่มซับซ้อนจากการใช้สารหลายชนิด อาการทางจิต หรือความขัดแย้งในครอบครัว สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยวางแนวทางก่อนพาผู้ใช้สารเข้ารับการบำบัด

การบำบัดโคเคนที่ Day One Rehabilitation Center

การบำบัดโคเคนที่ Day One Rehabilitation Center เป็นการดูแลแบบอยู่ประจำ โดยประเมินทั้งปัญหาการใช้สาร สุขภาพร่างกาย อารมณ์ การนอน พฤติกรรม และโรคร่วมทางจิตเวช เพื่อวางแผนการดูแลตามปัญหาของแต่ละคน

ในช่วงแรก ทีมรักษาจะรวบรวมประวัติการใช้โคเคน ความถี่และระยะเวลาที่ใช้ รวมถึงสารชนิดอื่นที่ใช้ร่วมกัน เพราะผู้ที่เข้ารับการรักษาอาจไม่ได้ใช้โคเคนเพียงชนิดเดียว การรู้รูปแบบการใช้สารทั้งหมดช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงและวางแนวทางการรักษาได้เหมาะสมขึ้น

หลังจากดูแลอาการในช่วงหยุดสารแล้ว การฟื้นฟูจะมุ่งไปที่ปัจจัยที่ทำให้เกิดการใช้โคเคน โดยมีการบำบัดรายบุคคลกับนักจิตบำบัด กิจกรรมกลุ่มบำบัด การประเมินอาการทางจิตเวช และการรักษาหรือปรับยาตามความเหมาะสมโดยจิตแพทย์ รวมถึงการดูแลกิจวัตรประจำวัน อาหาร การพักผ่อนและการออกกำลังกาย

การอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบอยู่ประจำยังช่วยให้ผู้เข้ารับการบำบัดแยกออกจากสถานที่ กลุ่มสังคม และสถานการณ์ที่เข้าถึงโคเคนได้ง่ายในช่วงแรก เปิดโอกาสให้ได้ฝึกจัดการความอยากสาร สร้างกิจวัตรใหม่ และทำความเข้าใจกับปัจจัยที่ทำให้กลับไปใช้สารก่อนกลับไปใช้ชีวิตภายนอก

สำหรับผู้ที่มีปัญหาซึมเศร้า วิตกกังวล นอนไม่หลับ หวาดระแวง หรือปัญหาสุขภาพจิตอื่นร่วมด้วย การดูแลจะพิจารณาปัญหาการใช้สารและสุขภาพจิตไปพร้อมกัน เพราะหากรักษาเฉพาะการใช้โคเคนแต่ไม่ได้จัดการปัญหาที่เป็นตัวกระตุ้นให้ใช้สาร ความเสี่ยงต่อการกลับไปใช้ซ้ำอาจยังคงอยู่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโคเคน

โคเคนเสพติดได้หรือไม่

ได้ โคเคนสามารถทำให้เกิดความอยากและรูปแบบการใช้ซ้ำจนควบคุมได้ยาก แม้บางคนจะไม่ได้ใช้ทุกวัน หากเริ่มพยายามหยุดแล้วทำไม่ได้ ใช้ต่อแม้เกิดผลกระทบ หรือกิจกรรมและความสัมพันธ์เริ่มผูกกับการใช้โคเคน ก็ควรเข้ารับการประเมิน

หยุดโคเคนแล้วมีอาการอะไร

หลังหยุดโคเคน ผู้ใช้บางคนอาจเหนื่อยมาก ไม่มีแรง นอนผิดปกติ อารมณ์ตก หงุดหงิด สมาธิลดลง และมีความอยากกลับไปใช้สาร อาการของแต่ละคนไม่เท่ากัน โดยเฉพาะหากมีอารมณ์ตกอย่างมากหรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ควรได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ

มี ยาเลิกโคเคน หรือไม่

ปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้เป็นมาตรฐานสำหรับรักษาความผิดปกติจากการใช้โคเคนโดยตรงในทุกคน การบำบัดทางจิตใจและพฤติกรรมจึงยังมีบทบาทสำคัญ ส่วนการใช้ยาเพื่อจัดการอาการหรือโรคร่วมต้องได้รับการประเมินเป็นรายบุคคลโดยแพทย์

ติดโคเคนแต่ยังทำงานได้ จำเป็นต้องรักษาหรือไม่

การยังสามารถทำงานได้ไม่ได้หมายความว่าไม่มีปัญหาการเสพติด ควรดูร่วมกับความสามารถในการควบคุมการใช้ ความอยากสาร ผลต่อสุขภาพ การเงิน ความสัมพันธ์ และการใช้โคเคนเพื่อให้สามารถทำงานหรือเข้าสังคมได้ หากเริ่มรู้สึกว่าชีวิตบางส่วนขาดโคเคนไม่ได้ การเข้ารับการประเมินตั้งแต่ระยะแรกอาจช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหารุนแรงขึ้น

เลิกโคเคนแล้วกลับไปเสพซ้ำ ยังรักษาได้หรือไม่

ยังสามารถกลับเข้าสู่การรักษาได้ การกลับไปใช้สารเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เห็นว่าสถานการณ์หรือสิ่งกระตุ้นใดยังไม่ได้รับการจัดการ การรักษาสามารถนำเหตุการณ์นั้นมาปรับแผนป้องกันการกลับไปเสพซ้ำให้เหมาะกับชีวิตจริงของแต่ละคนได้

เริ่มต้นการรักษาโคเคนก่อนปัญหาจะรุนแรงขึ้น

การมีปัญหาจากโคเคนไม่ได้วัดจากจำนวนครั้งที่ใช้เพียงอย่างเดียว บางคนอาจยังทำงานและใช้ชีวิตได้ แต่เริ่มควบคุมการใช้ไม่ได้ ต้องพึ่งโคเคนเพื่อทำงานหรือเข้าสังคม ใช้เงินมากขึ้น หรือพยายามหยุดหลายครั้งแล้วกลับไปใช้ซ้ำ สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่สามารถเริ่มขอความช่วยเหลือได้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ชีวิตเกิดความเสียหายรุนแรง

การรักษาที่ต่อเนื่องจึงต้องมองตั้งแต่การดูแลอาการหลังหยุดโคเคน การบำบัดและฟื้นฟูปัจจัยทางความคิด อารมณ์และพฤติกรรม ไปจนถึงการวางแผนป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ เป้าหมายไม่ได้มีเพียงการหยุดโคเคน แต่คือการช่วยให้ผู้เข้ารับการบำบัดสามารถกลับไปทำงาน มีความสัมพันธ์ จัดการความเครียด และดำเนินชีวิตได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งสารอีก

ปรึกษาการบำบัดโคเคนกับเรา

ประเมินเบื้องต้นฟรี เป็นความลับ จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 - 17.00 น.