โทร 02-028-7775@dayoneไทย|EN
โลโก้ Day One Rehabilitation Centerศูนย์บำบัดยาเสพติด Day Oneสถานบำบัดยาเสพติด จ.นครนายก

ติดยานอนหลับ คืออะไร อาการ อันตราย และวิธีเลิกยานอนหลับอย่างปลอดภัย

เนื้อหาโดยทีมแพทย์ Day One Rehabilitation Center · ตรวจสอบโดย นพ.พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์)

ติดยานอนหลับ คือภาวะที่ร่างกายและจิตใจพึ่งพายานอนหลับหรือยาคลายกังวลจนต้องใช้มากขึ้นหรือนานกว่าที่แพทย์สั่ง ควบคุมการใช้ไม่ได้ และเมื่อขาดยาจะนอนไม่หลับหรือกระวนกระวายจนต้องกลับไปใช้อีก ยาที่พบปัญหาบ่อยที่สุดคือยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepines) เช่น อัลปราโซแลม โคลนาซีแพม ลอราซีแพม และไดอะซีแพม ยากลุ่มนี้เป็นยาที่แพทย์สั่งจ่ายได้และมีประโยชน์เมื่อใช้ระยะสั้นภายใต้การดูแล ปัญหาเกิดได้ทั้งจากการนำมาใช้เองเพื่อให้เคลิบเคลิ้ม และจากการใช้ตามแพทย์สั่งแล้วค่อย ๆ กลายเป็นใช้เกินขนาด ผู้ที่ใช้ต่อเนื่องมานานแล้วหยุดทันทีอาจเกิดอาการถอนที่อันตราย เช่น ชักหรือสับสน การเลิกจึงควรมีแพทย์วางแผนลดยา

ครอบครัวจำนวนมากไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นเป็นปัญหาหรือไม่ เพราะ “ก็เป็นยาที่หมอให้” การรู้สัญญาณของการติด อันตราย และวิธีเลิกอย่างปลอดภัย จะช่วยให้ขอความช่วยเหลือได้ทันเวลา

ยานอนหลับกลุ่มเบนโซไดอะซีปีนคืออะไร และส่งผลต่อสมองอย่างไร

ยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีนออกฤทธิ์โดยเสริมการทำงานของสารกาบา (GABA) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ชะลอการทำงานของสมอง ผลที่ได้คือความผ่อนคลาย คลายกังวล ง่วง และกล้ามเนื้อคลายตัว จัดเป็นสารกดประสาท (sedative-hypnotics) เช่นเดียวกับแอลกอฮอล์ จึงเสริมฤทธิ์กันเมื่อใช้ร่วมกัน

ยานอนหลับกลุ่ม Z-drugs เช่น โซลพิเดม (zolpidem) และโซพิโคลน (zopiclone) ออกฤทธิ์ที่ตัวรับเดียวกันในสมอง อาจเสพติดน้อยกว่า แต่ไม่ได้ปลอดจากความเสี่ยงการพึ่งพาและอาการถอน ไม่ว่ากลุ่มใด เมื่อใช้ซ้ำ สมองจะเรียนรู้ว่ายาคือทางลัดในการหนีความเครียดหรือคืนที่นอนไม่หลับ การนอนโดยไม่มียาจึงยากขึ้นเรื่อย ๆ

ยานอนหลับที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง และมีลักษณะอย่างไร

ยาแต่ละตัวต่างกันที่ระยะเวลาออกฤทธิ์ ซึ่งมีผลต่ออาการถอนเมื่อหยุดยา ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่

  • อัลปราโซแลม (alprazolam) ออกฤทธิ์สั้นถึงปานกลาง คนทั่วไปมักเรียกว่า “ยาโซแลม”

  • ลอราซีแพม (lorazepam) ออกฤทธิ์สั้นถึงปานกลาง

  • ไดอะซีแพม (diazepam) และโคลนาซีแพม (clonazepam) ออกฤทธิ์ยาว

  • มิดาโซแลม (midazolam) ออกฤทธิ์สั้นมาก

  • โซลพิเดม (zolpidem) ยานอนหลับกลุ่ม Z-drugs

ยาเหล่านี้มักเป็นยาเม็ดขนาดเล็ก มีหลายสีตามชนิดและขนาด อยู่ในแผงยาหรือถูกแกะใส่ซองหรือขวด ผู้ใช้มักใช้วิธีกิน บางรายใช้วิธีฉีดซึ่งอันตรายกว่ามาก ยาบางตัว เช่น อัลปราโซแลม ถูกควบคุมตามกฎหมายเข้มงวดกว่าตัวอื่นในกลุ่ม

เมื่อแพทย์สั่งจ่าย ยานอนหลับใช้รักษาอะไร

แพทย์ใช้ยากลุ่มนี้คลายความวิตกกังวล ช่วยให้นอนหลับ ควบคุมอาการชัก ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และเป็นยาหลักในการดูแลอาการถอนแอลกอฮอล์ ผู้ที่ใช้ตามแพทย์สั่งจำนวนมากไม่ได้เพิ่มขนาดยาเอง การกินยานอนหลับจึงไม่ได้แปลว่าติดเสมอไป และไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งเองทันทีเพราะกลัวติด แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน หากปัญหาหลักคือนอนไม่หลับเรื้อรังร่วมกับการใช้สารเสพติด อ่านต่อได้ที่หน้าปัญหาการนอนกับการใช้สารเสพติด

ติดยานอนหลับเกิดขึ้นได้อย่างไร

ร่างกายดื้อยา และนอนไม่หลับมากขึ้นเมื่อขาดยา เมื่อใช้ต่อเนื่อง ยาขนาดเดิมจะได้ผลน้อยลง บางคนจึงเพิ่มยาเอง และเมื่อลองหยุดก็นอนไม่หลับหรือกังวลมากกว่าก่อนใช้ยา (อาการ rebound) จนเชื่อว่า “ขาดยาไม่ได้”

ใช้มากกว่าที่สั่ง หรือหายาจากหลายทาง เช่น ยาหมดก่อนวันนัด รับยาจากหลายคลินิกโดยไม่ให้แพทย์แต่ละแห่งรู้ ใช้ยาของคนในครอบครัว หรือซื้อยาโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ ยิ่งใช้นานและขนาดสูง ความเสี่ยงการพึ่งพายิ่งเพิ่มขึ้น

ใช้ร่วมกับเหล้าหรือสารเสพติดอื่น ผู้ที่มีปัญหาการดื่มและผู้ที่ใช้สารกลุ่มฝิ่น เช่น เฮโรอีน ใช้ยานอนหลับผิดวิธีมากกว่าคนทั่วไปชัดเจน และมักใช้ร่วมกับสารอื่น เช่น ใช้ให้หลับหลังเสพยาบ้าหรือยาไอซ์ ดูเพิ่มเติมที่หน้าการบำบัดผู้ใช้สารเสพติดหลายชนิด

ใช้ยาเพื่อรับมือกับอารมณ์ ผู้ที่มีโรควิตกกังวล โรคแพนิค หรือภาวะซึมเศร้าที่ยังไม่ได้รักษาอย่างเหมาะสม อาจพึ่งยานอนหลับเป็นวิธีเดียวที่ทำให้สงบ การรักษาจึงต้องดูแลปัญหาทางใจไปพร้อมกัน

อ่านเรื่องภาวะดื้อยาและอาการถอนเพิ่มเติมได้ที่บทความทำไมยิ่งเสพยิ่งเพิ่มปริมาณ เข้าใจภาวะดื้อยาและอาการถอนยา

อาการติดยานอนหลับ ครอบครัวสังเกตได้อย่างไร

ผู้ที่ใช้ยานอนหลับเกินขนาดหลายรายดูคล้ายคนเมาเหล้า แต่ไม่มีกลิ่นเหล้า ครอบครัวควรสังเกตทั้งอาการขณะยาออกฤทธิ์ พฤติกรรมการใช้ยา และอาการเมื่อขาดยา เช่น

  • ง่วงซึม พูดช้า พูดไม่ชัด เดินเซ ในเวลาที่ไม่ควรเป็น

  • จำเหตุการณ์หรือสิ่งที่พูดคุยกันเมื่อคืนไม่ได้

  • ควบคุมอารมณ์ได้น้อยลง บางรายก้าวร้าว โดยเฉพาะเมื่อดื่มเหล้าร่วมด้วย

  • ยาหมดก่อนวันนัด รับยาจากหลายแห่ง หรือยาของคนในบ้านหายไป

  • พบแผงยาหรือเม็ดยาที่ไม่รู้ที่มาในห้อง กระเป๋า หรือรถ

  • นอนไม่หลับ กระวนกระวาย มือสั่น เมื่อยาหมด

  • พยายามลดหรือหยุดแล้วทำไม่ได้ และยังใช้ต่อแม้เกิดปัญหากับงานหรือความสัมพันธ์

ในผู้สูงอายุ สัญญาณอาจเป็นอาการสับสนเป็นพัก ๆ ง่วงตอนกลางวัน หรือหกล้มบ่อย ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นความชราตามวัย

อันตรายของยานอนหลับ โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับเหล้าหรือสารอื่น

ใช้ร่วมกับเหล้า สารกลุ่มฝิ่น หรือยากดประสาทอื่น

อันตรายที่ร้ายแรงที่สุดเกิดเมื่อใช้ยานอนหลับร่วมกับสารที่กดสมองเหมือนกัน เช่น แอลกอฮอล์ สารกลุ่มฝิ่นอย่างเฮโรอีน ทรามาดอล และเมทาโดน หรือยากดประสาทอื่น ฤทธิ์ที่เสริมกันอาจทำให้หมดสติและหายใจช้าลงจนถึงแก่ชีวิตได้ แม้ใช้ยานอนหลับไม่มาก อ่านความเสี่ยงของการดื่มร่วมกับสารอื่นได้ที่หน้าการบำบัดผู้ติดแอลกอฮอล์ ส่วนการนำยากดประสาทบางชนิดไปผสมเครื่องดื่มเพื่อมอมผู้อื่นเป็นคนละเรื่องกับการติดยานอนหลับ อ่านได้ที่หน้า GHB และ GBL

ความจำ สมาธิ และการขับรถ

ยากลุ่มนี้ทำให้จดจำเรื่องใหม่ได้ยาก สมาธิและการตอบสนองช้าลง ผู้ที่ใช้ขนาดสูงต่อเนื่องอาจมีปัญหาความจำค้างอยู่ระยะหนึ่ง แต่ดีขึ้นได้ชัดเจนเมื่อหยุดยา การใช้ยานอนหลับยังสัมพันธ์กับอุบัติเหตุทางรถที่สูงขึ้น และโซลพิเดมมีรายงานว่าทำให้บางคนเดิน กินอาหาร หรือขับรถขณะยังไม่ตื่นเต็มที่ แล้วจำไม่ได้

ผู้สูงอายุ อารมณ์ และความปลอดภัยในบ้าน

ผู้สูงอายุเสี่ยงหกล้มจนกระดูกหักและสับสนจากยานอนหลับมากกว่าวัยอื่น การใช้ต่อเนื่องยังอาจทำให้อารมณ์ซึมเศร้า ความกังวล และการนอนแย่ลงในระยะยาว ยากลุ่มนี้พบบ่อยในผู้ที่กินยาเกินขนาดเพื่อทำร้ายตัวเอง และแหล่งยาที่พบบ่อยคือยาของคนในครอบครัว การเก็บยานอนหลับในบ้านให้มิดชิดจึงช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

หากพบคนที่ใช้ยานอนหลับซึมจนปลุกไม่ตื่น หายใจช้าหรือผิดปกติ ชัก สับสนรุนแรง หรือพยายามทำร้ายตัวเอง ให้รีบพาไปห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที โดยเฉพาะเมื่อดื่มเหล้าหรือใช้สารกลุ่มฝิ่นร่วมด้วย

อาการถอนยานอนหลับ และทำไมการเลิกต้องมีแพทย์วางแผน

เมื่อใช้ยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีนต่อเนื่องนาน สมองจะปรับตัวให้ทำงานได้ในภาวะที่มียาอยู่ตลอด เมื่อหยุดทันที สมองที่เคยถูกชะลอไว้จะทำงานมากเกินไปชั่วคราว จึงเกิดอาการถอน เช่น

  • นอนไม่หลับ ฝันร้าย

  • วิตกกังวล กระสับกระส่าย หงุดหงิด บางรายมีอาการแพนิค

  • มือสั่น กล้ามเนื้อกระตุกหรือปวดเกร็ง เหงื่อออก ใจสั่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้

  • ไวต่อแสง เสียง หรือการสัมผัส รู้สึกว่าตัวเองหรือสิ่งรอบตัวไม่จริง

  • ในรายที่รุนแรง อาจสับสน เพ้อ หวาดระแวง เห็นภาพหลอน หรือชัก

อาการเริ่มเร็วหรือช้าขึ้นกับชนิดยา ยาที่ออกฤทธิ์สั้นอย่างอัลปราโซแลม อาการถอนมักเริ่มภายใน 1–2 วันหลังยามื้อสุดท้าย ส่วนยาที่ออกฤทธิ์ยาวอย่างไดอะซีแพม อาจเริ่มหลังหยุดไปแล้วหลายวัน และอาการชักอาจเกิดได้ตั้งแต่ 1–2 วันหลังหยุดยา ครอบครัวจึงไม่ควรวางใจว่า “หยุดมาวันหนึ่งแล้วไม่เป็นอะไร” และอาการเพ้อสับสนอาจเกิดโดยไม่มีเหงื่อออกหรือใจสั่นนำมาก่อน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

ยานอนหลับกลุ่มเบนโซไดอะซีปีนจึงอยู่กลุ่มเดียวกับเหล้าและ GHB คือกลุ่มที่อาการถอนอาจอันตรายทางกายโดยตรง ผู้ที่ใช้หนักต่อเนื่อง เช่น ใช้ทุกวันมานาน ใช้ขนาดสูงกว่าที่แพทย์สั่ง ดื่มเหล้าร่วมด้วย หรือเคยชักหรือสับสนตอนหยุดยา ไม่ควรหักดิบเองตามลำพัง แต่ควรพบแพทย์โดยเร็วเพื่อวางแผนหยุดอย่างปลอดภัย ซึ่งไม่ได้หมายถึงการใช้ต่อไปเรื่อย ๆ แต่คือการให้แพทย์ค่อย ๆ ลดยาจนหยุดได้ ผู้ที่ใช้เพียงช่วงสั้น อาการหลังหยุดมักไม่มาก แต่ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับยา หากหยุดแล้วมีมือสั่นมาก สับสน เห็นภาพหลอน หรือชัก ให้รีบพาไปห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

ครอบครัวจึงไม่ควรเก็บยาทั้งหมดทิ้งแล้วบังคับให้หยุดทันทีโดยไม่มีการประเมินทางการแพทย์ แต่ควรพาไปพบแพทย์โดยเร็ว ผู้ที่ตั้งครรภ์ก็ไม่ควรหยุดเองกะทันหัน เพราะอาจเกิดอาการถอนรุนแรง เช่น ชัก แต่ควรให้แพทย์วางแผนลดยาอย่างค่อยเป็นค่อยไป

แพทย์ช่วยให้เลิกยานอนหลับอย่างไร

หลักสำคัญคือลดยาอย่างค่อยเป็นค่อยไป แพทย์อาจเปลี่ยนจากยาที่ออกฤทธิ์สั้นเป็นยาในกลุ่มเดียวกันที่ออกฤทธิ์ยาวในขนาดเทียบเท่า แล้วค่อย ๆ ลดลงตามอาการ หรือลดยาตัวเดิมลงช้า ๆ ร่วมกับยาอื่นที่ช่วยบรรเทาอาการถอน การปรับยาในสถานบำบัดแบบอยู่ประจำอาจใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ขณะที่ผู้ใช้ขนาดสูงที่ลดยาแบบผู้ป่วยนอกอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน หากเคยมีอาการถอนรุนแรง ใช้สารหลายชนิด มีโรคร่วม หรือที่บ้านไม่มีคนช่วยดูแล แพทย์มักแนะนำให้ถอนยาในที่ที่ดูแลได้ใกล้ชิด

ผลการรักษาขึ้นกับการจำกัดการเข้าถึงยานอนหลับ การติดตามใกล้ชิด และการบำบัดความคิดและพฤติกรรมควบคู่กัน ส่วนยาที่ใช้ระหว่างถอนยาอยู่ภายใต้การประเมินและควบคุมขนาดอย่างใกล้ชิดโดยจิตแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงการพึ่งพา โดยมีเป้าหมายให้ลดจนหยุดได้ เทียบอาการถอนของสารแต่ละชนิดได้ที่บทความวิธีเลิกยาเสพติด เลิกเองได้ไหม อาการถอนแต่ละสาร

ถอนยาแล้วต้องฟื้นฟูต่อ เพื่อไม่กลับไปใช้ยานอนหลับซ้ำ

แม้อาการถอนทางกายจะค่อย ๆ ทุเลาในช่วงสัปดาห์แรก ๆ แต่ความอยากยา ความกลัวว่าจะนอนไม่หลับ และการควบคุมตัวเองที่ยังบกพร่องอาจอยู่ได้นานหลายเดือน การบำบัดฟื้นฟูต่อเนื่องทั้งด้านจิตใจ การจัดการตัวกระตุ้น และการปรับสภาพแวดล้อม จึงเป็นกุญแจป้องกันการกลับไปใช้ซ้ำ

ผู้ที่เริ่มใช้ยาเพราะนอนไม่หลับหรือวิตกกังวล หากหยุดยาโดยไม่ดูแลปัญหาเดิมมักกลับไปใช้ซ้ำ การฟื้นฟูจึงรวมถึงการปรับเวลานอนให้สม่ำเสมอ การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy: CBT) ที่ช่วยรับมือความเชื่ออย่าง “ถ้าไม่กินยาคืนนี้จะไม่ได้นอนเลย” และการรักษาโรควิตกกังวลหรือภาวะซึมเศร้าที่มีร่วม ด้วยวิธีที่มีความเสี่ยงการพึ่งพาน้อยกว่าร่วมกับจิตบำบัด

ตัวกระตุ้นที่พบบ่อย ได้แก่ คืนที่นอนไม่หลับติดกันหลายคืน ความเครียด การดื่มเหล้า ยาที่เหลือเก็บในบ้าน และความคิดว่า “คืนเดียวคงไม่เป็นไร” แผนป้องกันควรระบุวิธีรับมือแต่ละอย่าง เช่น มีกิจวัตรก่อนนอน มีคนที่โทรหาได้เมื่ออยากใช้ยา แจ้งแพทย์ทุกครั้งที่ไปรักษาโรคอื่นว่าเคยมีปัญหาการใช้ยานอนหลับ และให้ครอบครัวช่วยดูแลการเก็บยาในช่วงแรก หากกลับไปใช้ซ้ำ ไม่ได้แปลว่าการรักษาล้มเหลว แต่เป็นข้อมูลที่ช่วยปรับแผนให้เหมาะกับชีวิตจริงมากขึ้น

คนในครอบครัวติดยานอนหลับ แต่ไม่ยอมรับว่ามีปัญหา ควรทำอย่างไร

ผู้ที่ติดยานอนหลับจำนวนมากไม่มองว่าตัวเองมีปัญหา เพราะ “หมอเป็นคนสั่ง” หรือ “แค่กินให้นอนได้” ครอบครัวเริ่มจากสิ่งที่เห็นจริงด้วยความห่วงใยได้ เช่น “ช่วงนี้เห็นเดินเซตอนเช้าหลายครั้ง เป็นห่วง” แล้วชวนไปพบแพทย์ด้วยกันเพื่อดูเรื่องการนอนและทบทวนยา ซึ่งมักรับได้ง่ายกว่าการบอกว่าต้องไปบำบัด

ความตั้งใจของผู้ป่วยช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น แต่ครอบครัวไม่จำเป็นต้องรอให้ผู้ป่วยพร้อมเต็มที่ก่อนจึงพามารักษา แรงจูงใจสามารถสร้างขึ้นระหว่างการรักษาได้ มีงานวิจัยพบว่าผู้ที่เข้ารับการรักษาเพราะแรงผลักดันจากภายนอกได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับผู้ที่สมัครใจมาเอง และครอบครัวที่ได้รับคำแนะนำวิธีพูดคุยอย่างถูกวิธีช่วยให้คนที่ตนรักยอมเข้ารับการรักษาได้มากขึ้นอย่างชัดเจน

ลำดับที่ใช้ได้จริงคือ พูดคุยด้วยท่าทีไม่ตัดสิน แล้วทำข้อตกลงร่วมกันว่าจะเลิกอย่างปลอดภัยและไปพบแพทย์ หากไม่สำเร็จ ผิดข้อตกลง ใช้ร่วมกับเหล้าจนเคยหมดสติ หรือมีอาการทางอารมณ์หรืออาการทางจิต อาจจำเป็นต้องบังคับรักษาเพื่อช่วยก่อนเกิดอันตรายร้ายแรง ผู้ป่วยอายุ 18 ปีขึ้นไปที่เสี่ยงอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่นและไม่ยินยอม ผู้แทนตามกฎหมายเซ็นยินยอมแทนได้ หากยังไม่แน่ใจ เริ่มจากแบบคัดกรองสำหรับครอบครัว Family CAGE-AID หรือโทรปรึกษาทีมก่อนได้

การบำบัดผู้ติดยานอนหลับที่ Day One Rehabilitation Center

การบำบัดผู้ติดยานอนหลับที่ Day One Rehabilitation Center เป็นการดูแลแบบอยู่ประจำที่จังหวัดนครนายก ห่างกรุงเทพฯ ประมาณ 1 ชั่วโมง เริ่มจากจิตแพทย์ประเมินชนิดยา ขนาดและระยะเวลาที่ใช้จริง ประวัติอาการถอน สารอื่นที่ใช้ร่วม สุขภาพกาย อารมณ์ และโรคร่วมทางจิตเวช ร่วมกับการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด 10 ชนิดซึ่งรวมถึงเบนโซไดอะซีปีน

ในช่วงถอนยา ทีมรักษาติดตามอาการและสัญญาณชีพทุกวัน จิตแพทย์วางแผนลดยาให้เหมาะกับแต่ละราย โดยการใช้ยาอยู่ภายใต้การประเมินและควบคุมขนาดอย่างใกล้ชิดเพื่อลดความเสี่ยงการพึ่งพา หากมีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรักษาในโรงพยาบาล ทีมจะประเมินการส่งต่อเพื่อความปลอดภัย การที่ผู้ป่วยไม่ได้ออกนอกศูนย์ระหว่างบำบัดยังช่วยตัดการเข้าถึงยานอนหลับจากแหล่งเดิมในช่วงที่สำคัญที่สุดของการลดยา

เมื่ออาการคงที่ การบำบัดจะมุ่งไปที่สาเหตุที่ทำให้ต้องพึ่งยานอนหลับ ผ่านการบำบัดรายบุคคลกับนักจิตบำบัด กลุ่มจิตบำบัด (CBT, Health education, 12 ขั้นตอน) กิจกรรมบำบัด การออกกำลังกาย และการสวดมนต์ทำสมาธิ ส่วนภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือโรคร่วมทางจิตเวช จิตแพทย์จะรักษาควบคู่กัน

Day One แนะนำให้เริ่มบำบัดอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ขั้นต่ำไม่ควรน้อยกว่า 2 สัปดาห์ซึ่งเป็นช่วงถอนพิษ ผู้ที่ใช้ขนาดสูงมานานอาจต้องลดยานานกว่านั้น หากอยู่ได้ถึงประมาณ 3 เดือน การเลิกจะค่อนข้างมั่นคง และหลังออกจากศูนย์ควรติดตามการรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี ดูรายละเอียดแต่ละระยะได้ที่ขั้นตอนการบำบัด 4 ระยะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการติดยานอนหลับ

กินยานอนหลับทุกคืน จะติดยานอนหลับไหม

มีโอกาสเกิดการพึ่งพาได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีนต่อเนื่องนานหรือในขนาดสูง แม้ผู้ที่ใช้ตามแพทย์สั่งจำนวนมากจะไม่ได้เพิ่มขนาดยาเอง แต่ถ้าต้องเพิ่มยาเองจึงจะหลับ ยาหมดก่อนวันนัด รับยาจากหลายแห่ง หรือใช้ร่วมกับเหล้า ควรรีบปรึกษาแพทย์

อาการถอนยานอนหลับมีอะไรบ้าง อันตรายไหม

อาการที่พบบ่อยคือ นอนไม่หลับ วิตกกังวล กระสับกระส่าย มือสั่น เหงื่อออก ใจสั่น และไวต่อแสงหรือเสียง ในผู้ที่ใช้มากและนานอาจรุนแรงถึงขั้นสับสน เห็นภาพหลอน หรือชัก หากหยุดแล้วมีมือสั่นมาก สับสน เห็นภาพหลอน หรือชัก ให้รีบพาไปห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

ติดยานอนหลับ เลิกเองได้ไหม

ผู้ที่ใช้ทุกวันมานาน ใช้ขนาดสูง ใช้ร่วมกับเหล้า หรือเคยชักหรือสับสนตอนหยุด ไม่ควรหักดิบเองตามลำพัง ควรรีบพบแพทย์เพื่อวางแผนหยุดอย่างปลอดภัย ซึ่งไม่ได้หมายถึงการใช้ต่อไปเรื่อย ๆ แต่คือการค่อย ๆ ลดยาจนหยุดได้ภายใต้การดูแล ส่วนผู้ที่ใช้เพียงช่วงสั้น อาการหลังหยุดมักไม่รุนแรง แต่ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับยาเอง

กินยานอนหลับกับเหล้าอันตรายแค่ไหน

อันตรายมาก เพราะยานอนหลับและแอลกอฮอล์กดการทำงานของสมองและเสริมฤทธิ์กัน อาจทำให้หมดสติและหายใจช้าลงจนเสียชีวิตได้ การใช้ร่วมกับสารกลุ่มฝิ่น เช่น เฮโรอีน ทรามาดอล หรือเมทาโดน ก็อันตรายในลักษณะเดียวกัน หากปลุกไม่ตื่นหรือหายใจผิดปกติ ให้รีบพาไปห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

ยาโซแลม โคลนาซีแพม ลอราซีแพม ไดอะซีแพม คือยาอะไร ต่างกันอย่างไร

ทั้งหมดเป็นยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีนที่แพทย์ใช้คลายกังวล ช่วยให้นอนหลับ หรือควบคุมอาการชัก ยาโซแลมเป็นชื่อที่คนทั่วไปเรียกอัลปราโซแลม (alprazolam) ยาแต่ละตัวต่างกันที่ระยะเวลาออกฤทธิ์ อัลปราโซแลมและลอราซีแพม (lorazepam) ออกฤทธิ์สั้นถึงปานกลาง อาการถอนจึงมักเกิดเร็ว ส่วนไดอะซีแพม (diazepam) และโคลนาซีแพม (clonazepam) ออกฤทธิ์ยาว อาการถอนอาจเริ่มช้าและยืดเยื้อกว่า ทุกตัวทำให้เกิดการพึ่งพาได้เมื่อใช้ต่อเนื่อง

ตรวจฉี่เจอยานอนหลับไหม

การตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดตรวจหายากลุ่มเบนโซไดอะซีปีนได้ แต่ยาบางตัวในกลุ่มนี้ตรวจพบได้ยากกว่าตัวอื่น และโซลพิเดม (zolpidem) ไม่ขึ้นในการตรวจหาเบนโซไดอะซีปีน ผลตรวจที่เป็นลบจึงไม่ได้ยืนยันว่าไม่ได้ใช้ Day One ตรวจหาเบนโซไดอะซีปีนในปัสสาวะเป็นส่วนหนึ่งของการบำบัดแบบอยู่ประจำ หากต้องการตรวจอย่างเดียว ติดต่อปีติ คลินิก ซึ่งเป็นทีมเดียวกัน

ผู้สูงอายุกินยานอนหลับประจำ ครอบครัวควรระวังอะไร

ผู้สูงอายุไวต่อฤทธิ์ยานอนหลับมากกว่าวัยอื่น และร่างกายกำจัดยาบางตัวได้ช้าลง จึงเสี่ยงง่วงซึมตอนกลางวัน สับสน ความจำแย่ลง และหกล้มจนกระดูกหัก หากหยุดยากะทันหันหลังใช้มานาน อาการถอนอาจยืดเยื้อหรือมาในรูปของอาการสับสน ครอบครัวไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง แต่ควรพาไปปรึกษาแพทย์เพื่อทบทวนยาและวางแผนลดยาอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เลิกยานอนหลับได้อย่างปลอดภัย เมื่อมีแพทย์และครอบครัวช่วยกัน

การติดยานอนหลับไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นผลจากการที่สมองปรับตัวต่อยาที่ใช้ต่อเนื่อง หากเริ่มต้องเพิ่มยาเอง หาจากหลายแห่ง ใช้ร่วมกับเหล้า หรือลดแล้วกลับไปใช้ซ้ำ ก็ถึงเวลาขอความช่วยเหลือ ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดอุบัติเหตุหรือหมดสติก่อน

เมื่อแพทย์วางแผนลดยาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ร่วมกับการดูแลปัญหาการนอนและอารมณ์ที่อยู่เบื้องหลัง ผู้ที่ติดยานอนหลับสามารถหยุดยาได้อย่างปลอดภัย ความจำและสมาธิค่อย ๆ ดีขึ้น และกลับมานอนหลับได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง หากคนที่คุณรักกำลังพึ่งยานอนหลับจนควบคุมไม่ได้ ปรึกษาจิตแพทย์และทีมสหวิชาชีพของ Day One ได้

ปรึกษาการบำบัดยานอนหลับกับเรา

ประเมินเบื้องต้นฟรี เป็นความลับ จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 - 17.00 น.

ดูขั้นตอนการบำบัด 4 ระยะ และรักษานานแค่ไหน ›

แบบทดสอบคัดกรอง ฟรี รู้ผลทันที

ไม่แน่ใจว่าคนที่คุณเป็นห่วงติดหรือยัง? ทำแบบคัดกรองสำหรับครอบครัว 4 ข้อ

ญาติตอบแทนได้ ไม่ต้องรอให้เขาทำเอง ไม่บันทึกคำตอบ · หรือประเมินด้วยตนเอง: แบบคัดกรองการใช้สารเสพติด ASSIST

ดูแบบทดสอบทั้งหมด ›