ฟาเทค เบนาดริล ยาแก้ไอฝาแดง คืออะไร ทำไมวัยรุ่นใช้ผิดวิธี อันตราย และวิธีช่วย
เนื้อหาโดยทีมแพทย์ Day One Rehabilitation Center · ตรวจสอบโดย นพ.พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์)
ฟาเทค (Fatec) เบนาดริล (Benadryl) และยาแก้ไอฝาแดง คือยาน้ำแก้แพ้แก้ไอที่ขายในร้านขายยา ฟาเทค ไซรัปมีตัวยาเซทิริซีน (cetirizine) ซึ่งเป็นยาแก้แพ้ ส่วนเบนาดริลชนิดน้ำเชื่อมและยาแก้ไอฝาแดงยี่ห้อดาทิสซิน (Datissin) มีตัวยาไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine) ซึ่งเป็นยาแก้แพ้ชนิดที่ทำให้ง่วง ร่วมกับส่วนผสมขับเสมหะ ทั้งสามยี่ห้อมีประโยชน์เมื่อใช้ตามฉลากหรือตามคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร แต่วัยรุ่นบางกลุ่มนำไปผสมน้ำอัดลมหรือน้ำกระท่อมเพื่อให้มึนเมา ซึ่งอาจทำให้ซึมจนปลุกไม่ตื่น เห็นภาพหลอน ชัก หรือหายใจช้าลงได้
หลายครอบครัวค้นชื่อยาเหล่านี้หลังเจอขวดยาน้ำหลายขวดในห้องของลูก สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือรู้ว่าอันตรายอยู่ตรงไหน อาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที และจะพาลูกเข้าสู่การดูแลได้อย่างไร
ฟาเทค เบนาดริล และยาแก้ไอฝาแดง คือยาอะไร ใช้รักษาอะไร
ทั้งสามยี่ห้อขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็น “ยาอันตราย” ที่ต้องจ่ายในร้านขายยา ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้าน หากใช้รักษาหวัด ไอ หรือภูมิแพ้ ควรใช้ตามฉลากและสอบถามเภสัชกรหรือแพทย์ หน้านี้เน้นอีกด้านหนึ่ง คือเมื่อยาน้ำเหล่านี้ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
ฟาเทคคืออะไร
ฟาเทค ไซรัป (Fatec Syrup) ตามทะเบียนยาของ อย. มีตัวยาสำคัญชนิดเดียว คือเซทิริซีน ไดไฮโดรคลอไรด์ (cetirizine dihydrochloride) ใช้บรรเทาอาการภูมิแพ้ เช่น น้ำมูกไหล คันตา อาการคัน และผื่นลมพิษ เซทิริซีนเป็นยาแก้แพ้รุ่นที่สองที่ทำให้ง่วงน้อยกว่ายาแก้แพ้รุ่นเก่า และสูตรที่ขึ้นทะเบียนไม่มีตัวยาแก้ไอหรือสารกลุ่มฝิ่น
แต่เมื่อต้นปี 2569 อย. ร่วมกับตำรวจตรวจยึดฟาเทค ไซรัปหลายพันขวด พร้อมยาน้ำแก้ไอแก้แพ้ยี่ห้ออื่นและแคปซูลสีเขียวเหลือง จากแหล่งผลิตน้ำกระท่อมผสมที่ส่งขายวัยรุ่น ซึ่งบางรายการเป็นยาปลอม ข้อมูลทางการแพทย์เรื่องผลของเซทิริซีนเมื่อใช้ปริมาณมากยังมีจำกัด อันตรายหลักจึงอยู่ที่สิ่งที่ผสมร่วมและขวดที่ไม่รู้ที่มา
เบนาดริลคืออะไร และไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) คือยาอะไร
เบนาดริล (เอ็กซ์เป็คทอแรนท์) ชนิดน้ำเชื่อมที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย มีตัวยาไดเฟนไฮดรามีนร่วมกับแอมโมเนียมคลอไรด์ (ammonium chloride) และโซเดียมซิเตรต (sodium citrate) ใช้บรรเทาอาการไอ น้ำมูกไหล และจามจากหวัด ภูมิแพ้ หรือหลอดลมอักเสบ ไดเฟนไฮดรามีนเป็นยาแก้แพ้รุ่นเก่าที่ทำให้ง่วง และมีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก (anticholinergic) ซึ่งทำให้ปากแห้ง ตาพร่ามัว ท้องผูก และปัสสาวะลำบาก ฤทธิ์ทั้งสองแบบนี้ทำให้การใช้เกินขนาดหรือใช้ร่วมกับสารอื่นอันตราย
ยาแก้ไอฝาแดงคืออะไร
ยาแก้ไอฝาแดงเป็นชื่อเรียกตามสีฝาขวด ข่าวการจับกุมร้านขายยาที่ลักลอบขายให้วัยรุ่นซึ่งตำรวจแถลงร่วมกับ อย. ระบุว่าหมายถึงยาน้ำแก้ไอยี่ห้อดาทิสซิน ตามทะเบียนยาของ อย. ดาทิสซินชนิดน้ำเชื่อมมีตัวยาไดเฟนไฮดรามีน แอมโมเนียมคลอไรด์ และโซเดียมซิเตรต เช่นเดียวกับเบนาดริล ใช้บรรเทาอาการไอและช่วยขับเสมหะ ปัญหาสำคัญคือมีของปลอมจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้รับอนุญาต ขวดที่วัยรุ่นซื้อต่อกันหรือซื้อทางออนไลน์จึงอาจไม่ตรงกับฉลาก
ยาน้ำแก้ไอที่วัยรุ่นนำมาผสมดื่มยังมีอีกหลายยี่ห้อ เช่น ที่เรียกกันว่า “กินโปร” อ่านได้ที่กินโปร ยาโปร (โปรโคดิล) คืออะไร อันตรายแค่ไหน ส่วนยาแก้ไอผสมโคเดอีน (codeine) ซึ่งเป็นสารกลุ่มฝิ่น เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 3 ที่จ่ายได้เฉพาะในโรงพยาบาล ทะเบียนของทั้งสามยี่ห้อไม่มีโคเดอีน แต่ไม่ได้แปลว่าการนำไปผสมดื่มปลอดภัย
ทำไมวัยรุ่นนำยาแก้ไอ ยาแก้แพ้มาใช้ผิดวิธี
วัยรุ่นมักเริ่มลองด้วยเหตุผลเดียวกับสารเสพติดอื่น เช่น อยากรู้อยากลอง อยากคลายเครียด หรือเพื่อนชวน ยาน้ำแก้ไอแก้แพ้ยังดูเสี่ยงน้อยกว่าความจริง เพราะซื้อได้ในร้านขายยา และหลายคนเข้าใจผิดว่า “เป็นยารักษาโรค จึงไม่อันตราย” ทั้งที่การใช้สารในวัยที่สมองยังพัฒนาลุกลามเป็นการเสพติดได้
วัยรุ่นใช้ยาแก้ไอผสมกับอะไร
ผู้ใช้มักผสมยาน้ำเหล่านี้กับน้ำอัดลม หรือผสมในน้ำต้มใบกระท่อมที่เรียกกันว่า “สี่คูณร้อย” (4×100) อ่านเรื่องน้ำกระท่อมได้ที่กระท่อม น้ำท่อม คืออะไร อาการติด อาการถอน และการบำบัด บางคนใช้ร่วมกับยาแก้ปวดทรามาดอลซึ่งมักเป็นแคปซูลสีเขียวเหลือง ยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิกอย่างยา B5 (ไตรเฮกซีเฟนิดิล) ยานอนหลับ หรือเหล้า ฤทธิ์ที่เสริมกันจนคาดเดาไม่ได้นี้คือเหตุผลหลักที่การใช้ยาแก้ไอผิดวิธีอันตรายกว่าที่หน้าตาขวดยาบอก
สัญญาณที่ครอบครัวอาจสังเกตเห็น
สิ่งของที่อาจพบ ได้แก่
-
ขวดยาน้ำแก้ไอหรือยาแก้แพ้หลายขวด หรือขวดเปล่าที่ซ่อนไว้ในห้อง กระเป๋า หรือรถ
-
แคปซูลสีเขียวเหลืองที่ไม่ได้มาจากแพทย์
อาการหลังใช้ยาน้ำที่มีไดเฟนไฮดรามีน โดยเฉพาะเมื่อใช้มากหรือผสมกับสารอื่น ได้แก่
-
ง่วงซึมผิดปกติ เวียนศีรษะ เดินเซ
-
ปากแห้ง ตาพร่ามัว ปัสสาวะลำบาก ท้องผูก
-
สับสน พูดจาวกวน หรือบางคนกลับกระสับกระส่ายแทนที่จะง่วง
-
รายที่ได้รับมาก อาจเห็นภาพหรือได้ยินเสียงที่ไม่มีอยู่จริง หรือหัวใจเต้นเร็ว
ในวัยรุ่น สัญญาณเตือนมักเห็นในชีวิตประจำวันก่อน เช่น ผลการเรียนแย่ลง แยกตัวจากครอบครัว หรือเปลี่ยนกลุ่มเพื่อนกะทันหัน สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าลูกใช้ยาแก้ไอผสมดื่ม แต่เพียงพอที่จะเริ่มพูดคุย เพราะวัยรุ่นมักปิดบังการใช้สาร และครอบครัวมักประเมินความถี่ต่ำกว่าความจริง
ยาแก้ไอผสมเครื่องดื่มอันตรายอย่างไร
แม้ในขนาดที่ใช้รักษา ไดเฟนไฮดรามีนก็ทำให้ง่วงและควบคุมการเคลื่อนไหวได้ไม่ดี เมื่อใช้เกินขนาด อันตรายจะเพิ่มขึ้น
-
ฤทธิ์กดประสาทเสริมกัน ฤทธิ์ง่วงของยาแก้แพ้เสริมกับเหล้าและยานอนหลับ ทำให้ซึมลงมากกว่าที่คาด
-
ภาวะพิษจากฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก เมื่อได้รับมากหรือใช้ร่วมกับยาที่มีฤทธิ์คล้ายกัน เช่น ยา B5 อาจกระวนกระวาย สับสน ไม่รู้วันเวลาหรือสถานที่ เห็นภาพหลอน ตัวร้อน หน้าแดง ผิวแห้ง รูม่านตาขยาย หัวใจเต้นเร็วหรือผิดจังหวะ ชัก ไปจนถึงหมดสติ ภาวะนี้อาจถึงชีวิตและต้องดูแลในโรงพยาบาล ไม่ควรรอให้หายเองที่บ้าน
ผสมยาแก้ไอกับน้ำกระท่อมหรือทรามาดอล ยิ่งเสี่ยงอย่างไร
เมื่อน้ำกระท่อมถูกผสมกับยาแก้แพ้ที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิกหรือทรามาดอล ฤทธิ์จะเสริมกันจนอาจเกิดอาการทางจิต เห็นภาพหลอน กระสับกระส่ายอย่างมาก ชักเกร็งทั้งตัว หายใจช้าลง หรือหัวใจหยุดเต้นได้ อย. เตือนเช่นกันว่าส่วนผสมแบบนี้อาจกดการหายใจ ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ และรายที่รุนแรงอาจเสียชีวิต
หากไม่แน่ใจว่าคนในครอบครัวใช้อะไรร่วมด้วย การพามาตรวจประเมินจะปลอดภัยกว่าการปล่อยให้หยุดเองที่บ้าน อ่านเรื่องการใช้สารเสพติดหลายชนิดร่วมกัน อันตรายอย่างไร และควรบำบัดแบบไหน
อาการแบบไหนหลังใช้ยาแก้ไอผสมดื่ม ต้องรีบไปห้องฉุกเฉิน
หากหลังใช้หรือสงสัยว่าใช้ยาแก้ไอ ยาแก้แพ้ หรือน้ำกระท่อมผสม แล้วมีอาการต่อไปนี้ ให้รีบพาไปห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที
-
ซึมมาก ปลุกไม่ตื่น หรือหมดสติ
-
หายใจช้าลง หายใจแผ่ว หรือหายใจผิดปกติ
-
ชัก
-
สับสนมาก เห็นภาพหลอน หรือกระวนกระวายจนควบคุมไม่ได้
-
หัวใจเต้นเร็วมาก หรือใจสั่นผิดจังหวะ
-
ตัวร้อนจัด หน้าแดง ผิวแห้ง
-
มีความคิดหรือพฤติกรรมทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น
ถ้าพบขวดยาหรือเครื่องดื่มที่ใช้ ให้นำติดตัวไปให้แพทย์ดูด้วย
ใช้ยาแก้ไอ ยาแก้แพ้ผิดวิธีจนติดได้ไหม
ยาแก้แพ้มีโอกาสถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด และเมื่อใช้ร่วมกับสารที่ออกฤทธิ์แบบฝิ่น เช่น ทรามาดอล จะเพิ่มความรู้สึกเคลิบเคลิ้มจนเป็นแรงดึงให้ใช้ซ้ำ ในทางจิตเวช การใช้ยาแก้แพ้หรือยาแก้ไอจนควบคุมไม่ได้และเกิดผลเสียต่อชีวิต ถือเป็นความผิดปกติจากการใช้สาร (substance use disorder) ได้ สัญญาณเตือน เช่น ใช้บ่อยขึ้น ตั้งใจหยุดแล้วทำไม่ได้ หรือยังใช้ต่อแม้การเรียนแย่ลง ส่วนน้ำกระท่อมที่มักผสมร่วมก็ทำให้ติดได้เช่นกัน
หยุดใช้ยาแก้ไอผสมดื่ม ควรเริ่มอย่างไร
เป้าหมายคือหยุดใช้ยาน้ำแก้ไอแก้แพ้ที่ไม่ได้ใช้เพื่อรักษาอาการ เพราะยิ่งใช้ต่อ ความเสี่ยงต่อภาวะพิษยิ่งเพิ่ม ครอบครัวจึงไม่ควรปล่อยให้ใช้ต่อระหว่างรอพบแพทย์ ข้อมูลเรื่องอาการหลังหยุดยาแก้แพ้ในผู้ที่ใช้มากเป็นเวลานานยังมีไม่มาก สิ่งที่ทำให้การหยุดซับซ้อนคือสารอื่นที่ใช้ร่วม ผู้ที่ดื่มน้ำกระท่อมผสมเป็นประจำนานอาจมีอาการถอน เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ นอนไม่หลับ หงุดหงิด ผู้ที่ใช้ทรามาดอลร่วมด้วยอาจมีอาการถอนแบบสารกลุ่มฝิ่น ส่วนผู้ที่ดื่มเหล้าหนักทุกวันหรือใช้ยานอนหลับกลุ่มเบนโซไดอะซีปีนเป็นประจำ ไม่ควรหักดิบเองตามลำพังเพราะเสี่ยงชักและเพ้อสับสน ควรรีบพบแพทย์เพื่อวางแผนหยุดอย่างปลอดภัย
อุปสรรคที่ทำให้หลายคนหยุดเองไม่สำเร็จมักอยู่ที่ความอยากใช้ กลุ่มเพื่อนเดิม ความเครียด และปัญหาสุขภาพจิตที่ยังไม่ได้ดูแล หากหยุดแล้วนอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวนมาก กลับไปใช้ซ้ำ หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อรับการดูแล การหยุดช่วงแรกเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะความอยากใช้อาจอยู่ได้นานหลายเดือน การบำบัดฟื้นฟูด้านจิตใจและการปรับสภาพแวดล้อมจึงเป็นกุญแจป้องกันการกลับไปใช้ซ้ำ อ่านภาพรวมได้ที่วิธีเลิกยาเสพติด เลิกเองได้ไหม และอาการถอนของแต่ละสาร
ส่วนผู้ที่ใช้รักษาภูมิแพ้หรือหวัดจริง หากต้องใช้มากกว่าที่อาการจำเป็น หรือใช้ช่วยให้หลับทุกคืน ควรบอกแพทย์ตามจริง
การรักษาและฟื้นฟูผู้ที่ใช้ยาแก้ไอ ยาแก้แพ้ในทางที่ผิด
แม้ยังไม่มียาที่ออกฤทธิ์ต้านการติดยาแก้ไอหรือยาแก้แพ้โดยเฉพาะ แต่จิตแพทย์มีบทบาทสำคัญในการใช้ยาบรรเทาอาการช่วงหยุดสาร เช่น นอนไม่หลับ หงุดหงิด ดูแลอาการถอนของสารอื่นที่ใช้ร่วม และรักษาโรคร่วมทางจิตเวช ควบคู่กับหัวใจหลักคือจิตบำบัดและการปรับพฤติกรรม
การรักษาเริ่มจากการประเมินรอบด้าน ทั้งสารทุกชนิดที่ใช้ สุขภาพกาย สุขภาพจิต และครอบครัว เพราะวัยรุ่นที่ใช้สารเสพติดจำนวนมากมีโรคร่วมทางจิตเวช เช่น สมาธิสั้น ซึมเศร้า วิตกกังวล หรือปัญหาพฤติกรรมดื้อต่อต้าน หากหยุดใช้ได้แต่ไม่ดูแลปัญหาเบื้องหลัง ความเสี่ยงที่จะกลับไปใช้ก็ยังอยู่
การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy: CBT) ช่วยให้เห็นว่าการใช้สารทำหน้าที่อะไรในชีวิต เช่น หนีความเครียดหรือเข้ากลุ่มเพื่อน แล้วฝึกวิธีรับมือแบบใหม่ สำหรับวัยรุ่น แนวทางทางการแพทย์แนะนำให้พ่อแม่มีส่วนร่วมในแผนการรักษา และครอบครัวบำบัดเป็นรูปแบบที่มีการศึกษามากที่สุดในการรักษาปัญหาสารเสพติดในวัยรุ่น เป้าหมายคือปรับการสื่อสาร กฎ และขอบเขตในบ้าน ไม่ใช่การหาว่าใครผิด อ่านเพิ่มเติมเรื่องการบำบัดยาเสพติดด้วยวิธีครอบครัวบำบัด
ลูกวัยรุ่นใช้ยาแก้ไอผสมดื่ม พ่อแม่ควรทำอย่างไร
พ่อแม่หลายคนทั้งตกใจ โกรธ และโทษตัวเอง ซึ่งเข้าใจได้ สิ่งแรกคือดูความปลอดภัย หากลูกมีอาการฉุกเฉินตามรายการด้านบน ให้พาไปโรงพยาบาลก่อน
เริ่มคุยกับลูกเรื่องยาแก้ไออย่างไร ไม่ให้กลายเป็นการทะเลาะ
เลือกเวลาที่ลูกไม่ได้อยู่ในฤทธิ์ของสารและพ่อแม่ใจเย็นพอ เล่าสิ่งที่เห็นพร้อมความเป็นห่วงแทนการกล่าวหา เช่น “พ่อเจอขวดยาแก้ไอหลายขวดในกระเป๋า แล้วช่วงนี้ลูกดูง่วงตลอด พ่อเป็นห่วง เลยอยากฟังจากลูกเอง” แล้วฟังให้จบก่อนตอบ
การฟังโดยไม่ตำหนิช่วยให้ลูกกล้าเล่าความจริงมากขึ้น รวมถึงสารอื่นที่ใช้ร่วม แต่ความเข้าใจไม่ได้แปลว่าต้องยอมรับทุกพฤติกรรม พ่อแม่ยังตั้งกฎที่ชัดเจนและตกลงร่วมกันว่าจะไปพบแพทย์ได้ อ่านเพิ่มเติมเรื่องเมื่อลูกติดสารเสพติด พ่อแม่ควรช่วยแค่ไหน ไม่ให้ความรักกลายเป็นการตามใจ
เมื่อไรควรพาลูกมาพบจิตแพทย์
ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดเหตุร้ายแรง ควรพามาประเมินเมื่อลูกใช้ซ้ำ ใช้ร่วมกับน้ำกระท่อมหรือสารอื่น เคยซึมมากหรือสับสนหลังใช้ มีอารมณ์ซึมเศร้าหรือความคิดทำร้ายตัวเอง หรือตกลงว่าจะหยุดแล้วกลับไปใช้อีก
ความตั้งใจของผู้ป่วยช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น แต่ครอบครัวไม่จำเป็นต้องรอให้ลูกพร้อมเต็มที่ก่อนจึงพามารักษา แรงจูงใจสามารถสร้างขึ้นระหว่างการรักษาได้ มีงานวิจัยพบว่าผู้ที่เข้ารับการรักษาเพราะแรงผลักดันจากภายนอกได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับผู้ที่สมัครใจมาเอง และครอบครัวที่ได้รับคำแนะนำวิธีพูดคุยอย่างถูกวิธีช่วยให้คนที่ตนรักยอมเข้ารับการรักษาได้มากขึ้นอย่างชัดเจน ลำดับที่เหมาะสมคือเริ่มจากการพูดคุย ทำข้อตกลงเลิกใช้และชวนมาพบแพทย์ หากยังไม่สำเร็จ ลูกยังใช้อยู่ ผิดข้อตกลง หรือมีอาการทางอารมณ์หรืออาการทางจิต อาจจำเป็นต้องพามารักษาแม้ลูกยังไม่ยินยอม เพื่อช่วยก่อนปัญหาจะรุนแรงหรือสายเกินไป อ่านเพิ่มเติมเรื่องเมื่อลูกไม่ยอมรักษา พ่อแม่สามารถพาไปศูนย์บำบัดได้ไหม
ผู้ที่เพิ่งเริ่มลองอาจเริ่มจากผู้ป่วยนอก ส่วนผู้ที่ใช้ต่อเนื่องจนควบคุมไม่ได้ ใช้หลายสาร มีอาการทางจิต หรือรักษาแบบผู้ป่วยนอกแล้วยังกลับไปใช้ซ้ำ อาจเหมาะกับการบำบัดแบบอยู่ประจำ
อายุเท่าไรเข้ารับการบำบัดที่ Day One ได้
Day One รับบำบัดแบบอยู่ประจำตั้งแต่อายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ผู้ที่อายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ต้องมีผู้ปกครองตามกฎหมายเซ็นยินยอมแทน เด็กที่อายุไม่ถึง 15 ปี หรือครอบครัวที่ต้องการเริ่มจากผู้ป่วยนอกหรือปรึกษาทางไกล แนะนำให้เริ่มที่ปีติ คลินิก (Piti Clinic) ทีมเดียวกับ Day One ย่านสะพานควาย กรุงเทพฯ
การบำบัดผู้ที่ใช้ยาแก้ไอผิดวิธีที่ Day One Rehabilitation Center
Day One Rehabilitation Center เป็นศูนย์บำบัดแบบอยู่ประจำที่จังหวัดนครนายก ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 1 ชั่วโมง จิตแพทย์และทีมสหวิชาชีพวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลตามขั้นตอนการบำบัด 4 ระยะ ตั้งแต่ประเมิน ถอนพิษ ฟื้นฟู จนถึงติดตามหลังออกจากศูนย์
ช่วงแรก จิตแพทย์จะประเมินประวัติการใช้ยาน้ำแก้ไอแก้แพ้และสารอื่นทั้งหมด ชุดตรวจปัสสาวะ 10 ชนิดของศูนย์ไม่ได้ครอบคลุมเซทิริซีนหรือไดเฟนไฮดรามีน แต่ช่วยดูสารที่มักใช้ร่วม เช่น กระท่อม ทรามาดอล และยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีน ครอบครัวจึงควรเล่าสิ่งที่เห็นตามจริง
การฟื้นฟูประกอบด้วยการบำบัดรายบุคคลกับนักจิตบำบัด กลุ่มจิตบำบัด กิจกรรมบำบัด เช่น ศิลปะ ดนตรี ทำสวน ออกกำลังกาย และการปรับยาโดยจิตแพทย์ ผู้ที่มีโรคร่วมทางจิตเวชจะได้รับการดูแลทั้งสองด้านไปพร้อมกัน
Day One แนะนำให้เริ่มบำบัดอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ไม่ควรน้อยกว่า 2 สัปดาห์ และสนับสนุนประมาณ 3 เดือนในรายที่เหมาะสม หลังออกจากศูนย์ควรติดตามการรักษาประมาณ 1–2 ปีที่ปีติ คลินิก หรือผ่านวิดีโอคอล ระหว่างการบำบัดผู้เข้ารับการบำบัดไม่ได้ใช้โทรศัพท์และไม่ได้ออกนอกศูนย์ ข้อมูลการรักษาได้รับการดูแลเป็นความลับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟาเทค เบนาดริล และยาแก้ไอฝาแดง
ฟาเทคคือยาอะไร
ฟาเทค ไซรัป (Fatec Syrup) ตามทะเบียนของ อย. เป็นยาน้ำแก้แพ้ที่มีตัวยาเซทิริซีน (cetirizine) ใช้บรรเทาน้ำมูกไหลจากภูมิแพ้ ผื่นคัน และลมพิษ แม้ทำให้ง่วงน้อยกว่ายาแก้แพ้รุ่นเก่า แต่เคยถูกพบในแหล่งผลิตน้ำกระท่อมผสมที่ขายให้วัยรุ่น
เบนาดริลคือยาอะไร ใช้รักษาอะไร
เบนาดริลชนิดน้ำเชื่อมที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทยมีตัวยาไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine) ซึ่งเป็นยาแก้แพ้ชนิดที่ทำให้ง่วง ร่วมกับส่วนผสมขับเสมหะ ใช้บรรเทาอาการไอ น้ำมูกไหล และจามจากหวัดหรือภูมิแพ้ แต่เมื่อใช้ปริมาณมากหรือผสมกับสารอื่น อาจทำให้ซึมมาก สับสน และเกิดภาวะพิษได้
ยาแก้ไอฝาแดงคือยาอะไร
ยาแก้ไอฝาแดงเป็นชื่อเรียกตามสีฝาขวด ข่าวการจับกุมของตำรวจร่วมกับ อย. ระบุว่าหมายถึงยาน้ำแก้ไอยี่ห้อดาทิสซิน (Datissin) ซึ่งทะเบียนยาระบุตัวยาไดเฟนไฮดรามีนร่วมกับส่วนผสมขับเสมหะ ยานี้ถูกนำไปผสมน้ำกระท่อม และมีของปลอมขายอยู่ด้วย
ทำไมวัยรุ่นเอายาแก้ไอผสมเครื่องดื่ม อันตรายไหม
วัยรุ่นบางคนผสมยาน้ำแก้ไอแก้แพ้กับน้ำอัดลมหรือน้ำกระท่อมเพราะอยากลอง ทำตามเพื่อน หรือเข้าใจผิดว่ายาจากร้านขายยาไม่อันตราย แต่การผสมกับน้ำกระท่อมหรือทรามาดอลทำให้ฤทธิ์เสริมกันจนอาจเห็นภาพหลอน ชัก หายใจช้าลง หรือหัวใจหยุดเต้นได้
ตรวจฉี่เจอฟาเทคหรือเบนาดริลไหม
ชุดตรวจปัสสาวะ 10 ชนิดที่ Day One ใช้ระหว่างการบำบัดแบบอยู่ประจำไม่ได้ครอบคลุมเซทิริซีนหรือไดเฟนไฮดรามีน จิตแพทย์จึงประเมินจากประวัติและข้อมูลจากครอบครัวเป็นหลัก ส่วนการตรวจปัสสาวะช่วยดูสารที่มักใช้ร่วม เช่น กระท่อมและทรามาดอล
ลูกอายุต่ำกว่า 18 ปีใช้ยาแก้ไอผสมดื่ม พามาบำบัดได้ไหม
Day One รับบำบัดแบบอยู่ประจำตั้งแต่อายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ผู้ที่อายุยังไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ต้องมีผู้ปกครองตามกฎหมายเซ็นยินยอมแทน หากลูกอายุยังไม่ถึง 15 ปี หรือต้องการเริ่มจากการรักษาแบบผู้ป่วยนอก แนะนำให้ปรึกษาปีติ คลินิก ซึ่งเป็นทีมเดียวกับ Day One
เริ่มต้นช่วยลูกที่ใช้ยาแก้ไอผสมดื่ม ก่อนปัญหาจะรุนแรงขึ้น
การที่ลูกนำยาแก้ไอมาผสมดื่ม ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนไม่ดี หรือครอบครัวล้มเหลว หลายคนเริ่มจากความอยากรู้หรือแรงชวนของเพื่อน โดยไม่รู้ว่ายาน้ำที่ดูธรรมดาอาจอันตรายเมื่อผสมกับสารอื่น การฟื้นตัวเป็นไปได้ เมื่อได้รับการดูแลที่เหมาะสมทั้งการประเมินโรคร่วม จิตบำบัด และการมีส่วนร่วมของครอบครัว ลูกมีโอกาสกลับไปเรียนและใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องพึ่งสาร หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มอย่างไร สามารถเริ่มจากแบบทดสอบคัดกรองเบื้องต้น แล้วปรึกษาทีมของ Day One
